Category Archives: ข่าวสังคม

ผนึกกำลัง ผู้นำกว่า 50 ประเทศ เพื่อ สร้างยุทธศาสตร์การฟื้นฟูและความมั่นคง หลังวิกฤตโลก

ผนึกกำลัง ผู้นำกว่า 30 ประเทศ

ปักหมุด…จุดเปลี่ยนโลก กับการประชุมครั้งสำคัญระดับโลก ประจำปี 2020Nation-Building and the Pandemic New-Normal การสร้างชาติภายใต้ Pandemic New-Normal และยุทธศาสตร์การฟื้นฟูและความมั่นคงแบบใหม่ได้ผนึกกำลังจาก ผู้นำ กว่า 50 ประเทศทั่วโลก พร้อมผู้เข้าร่วมงานสัมมนากว่า 1,000 คน ( ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ )

นำโดย ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานจัดประชุมนานาชาติเพื่อการสร้างชาติ ครั้งที่ 4 (The 4th International Conference on Nation-Building (ICNB).

ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานจัดประชุมนานาชาติเพื่อการสร้างชาติ ครั้งที่ 4 (The 4th International Conference on Nation-Building (ICNB )โดยผนึกกำลังจาก ผู้นำความรู้ความสามารถด้านเศรฐกิจ ความมั่นคง กว่า 50 ประเทศทั่วโลก อาทิ ศ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทน ฯพณฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประเทศไทย

รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษกิจกัมพูชา ฯพณฯ ดร. อวน ป๊วนโหมดนิรวด ผู้แทนทางการของ ฯพณฯ สมเด็จ ฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรี

ฯพณฯ ชานเซียต ทูเมนบาเยฟ รองประธานสมัชชาประชาชน ผู้แทนประธานาธิบดีประเทศคาซัคสถาน ฯพณฯ คาสซิม โจมาท โทคาเยฟ

พร้อมผู้นำจากองค์กร ชั้นนำทั่วโลก ดังนี้ 1.ฯพณฯ ยังเบอร์ ฮอร์มัต ดาโต๊ะ สรี มุสตาปา บิน โมฮัมเหม็ด (Online )รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ด้านเศรษฐกิจ) ประเทศมาเลเซีย

  1. ฯพณฯ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีประเทศไทย, อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย, อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์  จำกัด
  1. ศาสตราจารย์ คิชอร์ มาห์บูบานี (Online) อดีตทูตสิงคโปร์ประจำสหประชาชาติ, ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่ง สหประชาชาติ, คณบดีวิทยาลัย นโยบายสาธารณะ ลี กวนยู มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์
  1. ดร.เมอฮารี ที มารู (Online) ที่ปรึกษาอาวุโสกลุ่มงานกิจการมนุษยธรรม สหภาพแอฟริกา
  1. ฯพณฯ ดร.มา​รี เอลกา ปางเง็​สตู (Online)ผู้อำนวยการบริหาร นโยบายการพัฒนาและพันธมิตร ธนาคารโลก, อดีตรัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การ​ค้า, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อินโดนีเซีย
  1. ฯพณฯ เฟรเดอริก ซูมาเย (Online) อดีตนายกรัฐมนตรี ประเทศแทนซาเนีย
  1. ฯพณฯ ยังเบอร์ ฮอร์มัต ปวน ฮาจาห์ ซูไรดา คามารุดดิน (Online) กระทรวงการเคหะและการปกครองส่วนท้องถิ่น ประเทศมาเลเซีย
  1. ตัน สรี ดาตุก์ คามาล สาลีห์ (Online) ประธานสถาบันวิจัยทางเศรษฐศาสตร์มาเลเซีย
  1. ดร เอิลร์มาล์ เฟรเชอรี (Online) นักวิชาการอาวุโสวิทยาลัยการปกครอง เคนเนดี้ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
  1. ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ อดีตกรรมการผู้อำนวยการของสถาบันสหสวรรษ ประเทศไทย
  1. ศ.ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ (Online) กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ประเทศไทย
  1. นายฮาราลด์ ลิงค์  ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม
  1. นายอาณาจักร เจริญวงศ์ศักดิ์ (Online) ประธานกรรมการบริหาร เทเลพอร์ต ในเครือ แอร์เอเชียกรุ๊ป
  1. นางยีน ซีน อึง (Online) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารศูนย์วิจัยและที่ปรึกษาและเทคโนโลยี ประเทศมาเลเซีย
  1. นายโก เผง ออย (Online) ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการกลุ่มซิลเวอร์เลก เอกซิสประเทศมาเลเซีย
  1. ฯพณฯ ยังเบอร์ ฮอร์มัต ดาโต๊ะ สรี เลียน เคอร์ (Online) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเอกภาพแห่งชาติมาเลเซีย, รองประทานพรรคเอ็มซีเอ (MCA) ประเทศมาเลเซีย
  1. ศ.ดร.มูฮัมหมัด ยูนูส (Online) รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ, ผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีน
  1. ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (Online) อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  1. ตัน สรี ดร.ไมเคิล โยห์ (Online) ประธานสถาบันยุทธศาสตร์เพื่อเอเซีย เคเอสไอ ประเทศมาเลเซีย
  1. ฯพณฯ ดาตุก์ ดร.อุสมาน ฮัสซัน (Online) รัฐมนตรีอาวุโส ดูแลกิจการพิเศษด้านอิสลามประเทศกัมพูชา
  1. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ประเทศไทย
  1. ฯพณฯ ยังเบอร์ ฮอร์มัต ดาโต๊ะ สรี ฮาจาห์ แนนซี บินติ ชูกรี (Online) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรม ประเทศมาเลเซีย
  1. ฯพณฯ อาเมอร์ โคสรู เชาว์ดูห์รี (Online) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประเทศบังคลาเทศ
  1. ดร.เอเดน วูน อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ประเทศไทย
  1. นายธิบอลท์ แดนจู (Online) ผู้เชี่ยวชาญประจำผู้อำนวยการทั่วไปด้านการวิจัยและนวัตกรรมของคณะกรรมาธิการยุโรป ประเทศฝรั่งเศส

ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 เวลา 9.00 – 20.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดยมีนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้แทนของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงาน การปาฐกถาพิเศษ (สดทาง Online)

โดยจอมพล สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน  นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา, ฯพณฯ ฆาเซิม-โฌมาร์ต โตกาเยฟ  ประธานาธิบดีสาธารณรัฐคาซัคสถาน และ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสถาบันการสร้างชาติ ภาคกลางคืน (17.30 -20.00 น.) มอบรางวัลการสร้างชาติ โดยมี ฯพณฯ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์  ประธานจัดประชุมนานาชาติเพื่อการสร้างชาติ ครั้งที่ 4 (The 4th International Conference on Nation-Building (ICNB) ชี้ว่า

“มนุษย์โดยส่วนใหญ่ มีแนวโน้มที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ทำให้ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังเชื่อว่า เมื่อวิกฤตโควิด -19 จบลงแล้ว โลกจะกลับสู่สภาพเดิม และเชื่อว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในยามวิกฤต จะเป็นเพียงความไม่ปกติใหม่ (new abnormal) ที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น แต่จากการคาดการณ์ ผมเชื่อว่า วิกฤตโควิด-19 เป็นแรงกระทบที่เข้ามากระชากเปลี่ยน (disrupt) และเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ไปอย่างไม่หวนกลับ ทุกคนและทุกองค์กรจึงจำเป็นต้องแสวงหายุทธศาสตร์ที่เหมาะสมในการเปลี่ยนแปลงตนเอง เพื่อความอยู่รอดในโลกยุคใหม่ที่มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมากขึ้น ดังคำคมของเบนจามิน แฟรงคลิน ที่กล่าวไว้ว่า “หากล้มเหลวในการเตรียมพร้อม คุณก็เตรียมพร้อมที่จะล้มเหลวได้เลย”

.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานจัดประชุม ฯ ฯพณฯ “ยังเบอร์ ฮอร์มัต ดาโต๊ะ สรี มุสตาปา บิน โมฮัมเหม็ด” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ด้านเศรษฐกิจ) ประเทศมาเลเซีย

ศาสตราจารย์ คิชอร์ มาห์บูบานี (Online)อดีตทูตสิงคโปร์ประจำสหประชาชาติ,ดร.มารี เอลกา ปางเง็สตู ผู้อำนวยการบริหาร นโยบายการพัฒนาและพันธมิตร ธนาคารโลก ดร.มูฮัมหมัด ยูนูส รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ, ผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีน

นครปฐม ยกระดับฝีมือ เทคนิคการสอนงานให้บุคลากรในสถานประกอบการและรองรับนักศึกษาฝึกงาน

นครปฐม ยกระดับฝีมือ

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 16 นครปฐม ยกระดับฝีมือ หลักสูตร เทคนิคการสอนงาน (30 ชั่วโมง) ให้กับบุคลากรในสถานประกอบกิจการ เพื่อเตรียมรองรับการรับนักศึกษาฝึกงานในสถานประกอบกิจการ

นายวิริยะ ทองเหลือ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 16 นครปฐม เปิดเผยว่า สถาบันจัดยกระดับฝีมือ เทคนิคการสอนงาน 30 ชั่วโมง ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการในการลดหย่อนภาษี ค่าใช้จ่ายในการรับนักศึกษาฝึกงาน

โดยครูฝึกประจำสถานประกอบกิจการจะต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร เทคนิคการสอนงาน 30 ชั่วโมง และต้องมีใบกระกาศรับรอง จึงจะเข้าเกณเงื่อนไขในการรับสิทธิประโยชน์ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่องคุณสมบัติของครูฝึกเตรียมเข้าทำงาน ซึ่งครูฝึกต้องได้รับวุฒิบัตรมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพที่ฝึก หรือ สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวกับสาขาอาชีพที่ฝึก หรือ และสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่าขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพที่ฝึกไม่น้อยกว่าสองปี

ในกรณีที่ไม่มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาอาชีพที่ฝึก ครูฝึกต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 1 (2) หรือ ข้อ 2 (3) หรือต้องมีคุณสมบัติ สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพที่ฝึก และมีประสบการณ์ในการทำงานที่เกี่ยวกับสาขาอาชีพที่ฝึกไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่สาม หรือเทียบเท่าขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับสาขาอาชีพที่ฝึกไม่น้อยกว่าเจ็ดปี หรือ สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา หรือเทียบเท่าขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับสาขาอาชีพที่ฝึกไม่น้อยกว่าสิบปี หรือ

ต้องมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพที่ฝึก โดยสาขาอาชีพนั้นต้องเป็นสาขาอาชีพที่ขาดแคลน หรือเป็นสาขาอาชีพที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งนี้ โดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ข้อ 3 ผู้ที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ 1 และ 2 ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการสอนไม่น้อยกว่าสาสินชั่วโมง เว้นแต่มีประสบการณ์ในการสอนไม่น้อยกว่าหกเดือนอีกด้วย

กรมโยธาฯรับฟังความคิดเห็นร่างธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง

กรมโยธาฯรับฟังความคิด

นครปฐม. กรมโยธาธิการและผังเมือง จัดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ที่จังหวัดนครปฐม เพื่อจัดทำร่างธรรมนูญว่าด้วยการผังเมืองให้มีความสมบูรณ์

วันนี้ (11 พ.ย.63) กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นประกอบการจัดทำร่างธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง ครั้งที่ 2 ที่โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จังหวัดนครปฐม โดยมี นายธนิศร์ วงศ์ปิยะสถิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานเปิดการสัมมนามี ผู้บริหารจากจังหวัดต่างๆ ผู้ทรงคุณวุฒิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนในพื้นที่ 8 จังหวัด เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

การจัดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจต่อสาระสำคัญ และขั้นตอนของการดำเนินการจัดทำร่างธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง และการวางผังเมืองทุกระดับได้อย่างถูกต้อง เปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติตามธรรมนูญว่าด้วยการผังเมือง ที่จัดทำขึ้นโดยคณะทำงานจัดทำร่างธรรมนูญฯ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การวางและจัดทำผังเมืองทุกระดับเกิดสัมฤทธิ์ผลตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2562 อย่างสมบูรณ์

การสัมมนารับฟังความคิดเห็นกำหนดจัดขึ้น 9 ครั้ง และที่จังหวัดนครปฐมในวันนี้จัดเป็นครั้งที่ 2 มี 8 จังหวัดเข้าร่วม คือ จังหวัดกาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี สมุทรสาคร เพชรบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี และจังหวัดนครปฐม ทั้งนี้ความคิดเห็นที่ได้รับจากภาคส่วนต่างๆ จะได้สรุปผลรายงานต่อคณะทำงาน และจะนำข้อคิดเห็นมาประมวลผลยกร่างอีกครั้ง คาดว่าในเดือนมีนาคม 2564 ธรรมนูญผังเมืองฉบับแรกของประเทศไทยจะประกาศใช้

มท.1 สั่ง 52 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือภัยหนาว ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก เสี่ยงสูง ย้ำดูแลให้ทั่วถึง

มท.1 สั่ง 52 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือภัยหนาว

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย สั่งเข้ม 52 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือภัยหนาว ซักซ้อมแนวทางช่วยเหลือ แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ปฏิบัติตามระเบียบหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลืออย่างเคร่งครัด

วันที่ 11 พ.ย.2563 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.2563 และจากการคาดหมายพบว่า ช่วงที่มีอากาศหนาวเย็นที่สุดจะเริ่มตั้งแต่ประมาณกลางเดือน ธ.ค.2563 ถึงปลายเดือน ม.ค.2564 และสิ้นสุดประมาณปลายเดือน ก.พ.2564

โดยพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวม 52 จังหวัด จะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดในบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณยอดดอย ยอดภู และเทือกเขา จะมีอากาศหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง จึงได้สั่งการไปยัง ปภ.จังหวัด ให้เตรียมความพร้อมรับมือ ติดตามสถานการณ์และสภาวะอากาศ ซักซ้อมแนวทางช่วยเหลือ พร้อมกับประสานหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรมูลนิธิและจิตอาสา แบ่งพื้นที่รับผิดชอบบูรณาการช่วยเหลือไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน ปฏิบัติตามระเบียบหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลืออย่างเคร่งครัด.

ได้สั่งการไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดให้เตรียมความพร้อมรับมือภัยหนาวด้วยการ

1) ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ภายใต้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ทำหน้าที่ติดตามสภาวะอากาศ คาดหมายพื้นที่เสี่ยงที่มีโอกาสเกิดอาการหนาวหรือหนาวจัด การแจ้งเตือนและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอากาศหนาวในพื้นที่

2) ประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อซักซ้อมแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย การกำหนดแนวทาง การจัดเตรียมเครื่องกันหนาว ตลอดจนชี้แจงระเบียบหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือ

3) ให้ทบทวน ปรับปรุงแผนเผชิญเหตุของจังหวัด โดยเฉพาะการสำรวจปรับปรุงข้อมูลบัญชีผู้ประสบภัยหนาวกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กไร้ผู้อุปการะ คนพิการ ทุพพลภาพ สตรีมีครรภ์ และผู้มีรายได้น้อยให้เป็นปัจจุบัน และปรับปรุงข้อมูลวัสดุอุปกรณ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน 4) สร้างการรับรู้ประชาชนในการดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาวพร้อมประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุขเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมป้องกันโรคติดต่อในช่วงฤดูหนาว และรณรงค์ขอความร่วมมือเกษตรกรใช้วิธีการไถกลบแทนการเผาตอซังและวัสดุทางการเกษตรเพื่อลดมลพิษในอากาศและปัญหาหมอกควัน

5) กำหนดมาตรการในการป้องกันการเกิดอัคคีภัยและลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอากาศหนาวเย็น เช่น ทัศนวิสัยจากหมอกหนา เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการจราจร และอัคคีภัยในเต็นท์ที่พักของนักท่องเที่ยว เป็นต้น โดยจัดเจ้าหน้าที่ รถยนต์ดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ และอุปกรณ์ดับเพลิงให้มีความพร้อมปฏิบัติงานได้ทันที

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุฯ ทันทีเมื่อเกิดภัย พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหน่วยทหาร ภาคราชการ ภาคเอกชน องค์กรการกุศล มูลนิธิ และประชาชนจิตอาสา แบ่งพื้นที่รับผิดชอบเพื่อบูรณาการให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวไม่ซ้ำซ้อนกันและเป็นไปอย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ ขอให้จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปฏิบัติตามระเบียบและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ขาดแคลนเครื่องกันหนาวเป็นสำคัญข่าวยอดนิยมในรอบ 7 วัน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จับมือเอกชน ร่วมผลิตช่างติดตั้งฟิล์มและกระจกรถยนต์ จบมามีงานทำ

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จับมือเอกชน ร่วมผลิตช่างติดตั้งฟิล์มและกระจกรถยนต์ จบมามีงานทำ

นายธวัช เบญจาธิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมกับบริษัท อุดรกระจกรถยนต์ จำกัด โดยนางศมน ชคัตธาดากุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ลงนามความร่วมมือว่าด้วยการพัฒนาฝีมือแรงงานช่างติดตั้งกระจกรถยนต์และฟิล์มกรองแสงรถยนต์ โดยมีนายชาคริตย์ เดชา รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นายปริญญา เร่งพินิจ ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ และนาย สายัณห์ ไวรางกูร ที่ปรึกษาด้านการเงิน ร่วมลงนาม ณ UDA AUTO GLASS บริเวณห้างสรรพสินค้าโรบินสันศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

นายธวัช เบญจาธิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย แม้ปัจจุบันจะเป็นช่วงชะลอตัว แต่ยังมีช่องทางการเติบโตที่เกิดขึ้นจากความต้องการภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ช่างฝีมือจึงยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน บางแห่งยังขาดแคลน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน จึงร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาในการผลิตแรงงานให้มีความชำนาญเฉพาะด้านป้อนสู่ตลาด

การร่วมมือกับบริษัท อุดรกระจกรถยนต์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำในด้านการติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมและครูฝึกของ กพร. เพื่อถ่ายทอดความรู้แก่ช่างฝีมือ นักศึกษาระดับ ปวช. ปวส. ประชาชนทั่วไป ผู้ผ่านการอบรมจะได้รับมอบวุฒิบัตรเพื่อใช้ในการสมัครงานได้ ซึ่งได้เปิดนำร่องแล้ว 15 คน

โดยวางเป้าช่วงระยะเวลา 5 ปี จะมีแผนจะเปิดศูนย์บริการติดตั้งกระจกและฟิล์มกรองแสงใน 24 จังหวัด อาทิ ตรัง ลพบุรี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต ฯลฯ บริษัทจึงมีความต้องการพนักงานเป็นจำนวนมาก ผู้ผ่านการฝึกอบรมตามโครงความร่วมมือดังกล่าวจะได้รับโอกาสเข้าทำงานกับบริษัท มีงานทำ แก้ปัญหาการว่างงานจากสถานการณ์โควิดได้

นางศมน ชคัตธาดากุล กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า การมาเปิดสาขาที่นี่ถือเป็นการท้าทายพอสมควร ตนเชื่อว่าในกลุ่มโรบินสันยังพอมีกลุ่มลูกค้าของเราอยู่ การที่ใช้คำว่าภูธรบุกกรุง มีความกล้ายังไง ซึ่งเป็นการท้าทายและเชื่อว่าทางร้านเรามีฝีมือที่ดีอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งลูกค้าที่มาลองใช้จะต้องกลับมาหาเราอีก ทางเราจึงค่อนข้างที่จะมั่นใจ ซึ่งเราจะทำให้คนรู้จัก UDA AUTO GLASS มากขึ้น ซึ่งเรากล้าที่จะทำเราจึงมีดีมาบอกในวันนี้ จึงอยากฝากร้านไว้อยู่ในอ้อมใจ และอยากให้ทุกคนมาลองบริการดู เพราะเรามีบริการทั่วประเทศ รับรองท่านจะต้องได้รับความพึงพอใจกลับไป และกลับมาให้เราได้รับใช้ท่านอีกในโอกาสหน้าต่อไป

รมว.อุดมศึกษา เรียกประชุมประธานนิสิตทั่วประเทศ แนะขอให้มองโลกทางบวก จะทำให้มองเห็นโอกาส ไม่ใช่เห็นแต่ปัญหา

รมว.อุดมศึกษา แนะเยาวชน

เดินหน้าพัฒนาเยาวชนทางการศึกษา รมว.อุดมศึกษา เรียกประชุมประธานนิสิตทั่วประเทศ แนะขอให้มองโลกทางบวก จะทำให้มองเห็นโอกาส ไม่ใช่เห็นแต่ปัญหา

เมื่อวันที่ 5 พ.ย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. พร้อมด้วย รศ.ดร.จักษ์  พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษา รมว.อว. และนายสำราญ รอดเพชร ผู้ช่วย รมว.อว. เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง นวัตกรรมเพื่อสังคมไทย บทบาทผู้นำเยาวชนยุคใหม่…สู่…คนไทยมีดี ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.)

โดยมีผู้นำนักศึกษาและผู้นำเยาวชน 168 คนจาก 89 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้าร่วม โดย ศ.ดร.เอนก ได้ทักทายผู้นำนักศึกษาอย่างเป็นกันเองพร้อมกล่าว ว่า ตนยินดีที่ได้มาพบปะผู้นำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ การมารวมตัวกันของนักศึกษาในวันนี้ ถือเป็นโอกาสทองของชีวิตนักศึกษา ที่ได้มีโอกาสพบปะกับเพื่อน ๆ จากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เนื่องจากชีวิตนักศึกษาทั่ว ๆ ไปจะรู้จักเฉพาะเพื่อนในสาขาวิชาของตนเอง หรือในคณะของตนเอง หรือในมหาวิทยาลัยของตนเองเท่านั้น

ดังนั้น ขอให้นักศึกษาที่ร่วมงานสร้างเครือข่าย เพราะการจะประสบความสำเร็จในชีวิต นอกจากมีความรู้ มีอุปนิสัยดีแล้ว ยังต้องมีเครือข่ายของคนที่เคยรู้จักหรือคุ้นเคย เช่น การรู้จักกันในกิจกรรมนี้ก็เป็นการสร้างเครือข่ายหนึ่งที่จะมีประโยชน์กับชีวิตนักศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เป็นการสร้างทุนทางสังคม เสริมจากทุนชีวิตที่แต่ละคนมี ที่สำคัญขอให้มีทัศนคติที่ถูกต้อง มองโลกในทางบวก ไม่ใช่เห็นแต่แง่ลบ ซึ่งข้อดีของการมองโลกในทางบวกจะทำให้เรามองเห็นโอกาสไม่ใช่เห็นแต่ปัญหา

รมว.อว. กล่าวต่อว่า บทบาทของพวกเราในฐานะผู้นำนักศึกษาที่มาจากแต่ละมหาวิทยาลัยย่อมมีความแตกต่าง มีความหลากหลายในการศึกษา วิทยาการ ความถนัด ย่อมมีแตกต่างกันออกไป แต่ทุกความแตกต่างหากตั้งอยู่บนพื้นฐานความดีงาม ความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ย่อมเกิดเป็นพลังการพัฒนาที่ชาติต้องการ อว.จึงมุ่งเน้นที่จะสร้าง นิสิต นักศึกษา สร้างบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่ต้องการของภาคเอกชน และภาคสังคมมากขึ้น ทั้งในแง่ของการเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม ที่สำคัญคือต้องเป็นมันสมองของประเทศชาติและสังคม

ตนมั่นใจว่าการทำกิจกรรมจะสร้างประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำนักศึกษาทุกคนในการที่จะนำไปปรับใช้ ให้เข้ากับบริบทของแต่ละพื้นที่ แต่ละวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศต่อไป

เทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม เชียงใหม่ ชวนเที่ยวงานยี่เป็งฟ้าฮ่าม 29 ต.ค. – 1 พ.ย.นี้

ขอเชิญ เที่ยวงานยี่เป็งฟ้าฮ่าม

เทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม จังหงัดเชียงใหม่ ขอเชิญ เที่ยวงานยี่เป็งฟ้าฮ่าม 29 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน ณ สวนสาธารณะริมฝั่งแม่น้ำปิง ร่วมถ่ายภาพ กับโคมไฟและ ทุ่งดอกปอเทืองริมน้ำปิง อย่างสวยงาม

โดยนายปรีชา วรกุล นายกเทศมนตรีตำบลฟ้าฮ่าม เชื่อ่ว่าจะได้รับความสนใจากพีน้องประชาชน และสามารถกระตุ้นเศราฐกิจท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

.

โคราชอ่วม ! ชาวปักธงชัยเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง มวลน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิงไหลล้น คาดวันนี้ท่วมอีกหลายพื้นที

โคราชอ่วม ชาวปักธงชัย เขื่อนลำพระเพลิง

โคราชอ่วม ! ชาวปักธงชัยเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง หลังมวลน้ำจากเขื่อนลำพระเพลิงไหลล้นออกตามคลองธรรมชาติ ระดับน้ำเพิ่มสูง คาดวันนี้ท่วมอีกหลายพื้นที

ปริมาณน้ำภายในเขื่อนลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุดระดับน้ำอยู่ที่ 173 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 111 เปอร์เซ็นต์ของความจุเขื่อนที่ 155 ล้านลูกบาศก์เมตร และยังคงมีน้ำล้นออกทางสปิลเวย์ตลอดทั้งวันประมาณ 9 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยน้ำที่ล้นออกมาจากเขื่อนลำพระเพลิงได้ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ที่อยู่ติดกับลำน้ำด้านท้ายเขื่อนจำนวน 12 ตำบล บ้านเรือนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 450 หลังคาเรือน

อย่างเช่นที่ ตำบลบ่อปลาทอง ขณะนี้น้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้วกว่า 60 หลังคาเรือน บางหลังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ซึ่งขณะนี้หลายหน่วยงานได้ลงพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือ นำถุงยังชีพออกแจกจ่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน มวลน้ำที่ล้นจากเขื่อนลำพระเพลิง ยังได้ไหลหลากเข้าท่วมถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-นครราชสีมา ฝั่งขาเข้าตัวเมืองนครราชสีมา บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านเมืองปักสามัคคี ตำบลเมือง อำเภอปักธงชัย เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30 เซนติเมตร

ทำให้รถยนต์ที่สัญจรผ่านไปมาลำบาก การจราจรติดขัดยาวกว่า 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเมืองปักได้ทำการติดป้ายเตือนประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว ให้ใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง เนื่องจากอาจเกิดอุบัติเหตุได้

ส่วนพื้นที่ตลาดสดเทศบาลฯ ที่อยู่ในที่สูงคาดว่าบ่ายวันนี้จะถูกน้ำท่วมเช่นกัน เนื่องจากระดับน้ำได้สูงเพิ่มตลอดเวลา ด้านการไฟฟ้าปักธงชัยเร่งตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง เพื่อทำการตัดกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

f

เทศบาลฟ้าฮ่าม เชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาท้องถิ่น เร่งคัดกำจัดแยกขยะ ปลูกฝังชาวบ้านรักบ้านเกิด

เทศบาลฟ้าฮ่าม เชียงใหม่

เทศบาลฟ้าฮ่าม เชียงใหม่ เดินหน้าพัฒนาท้องถิ่น เร่งคัดกำจัดแยกขยะ ถนนนามพระราชทาน ตำบลฟ้าฮ่ามจัดกิจกรรมโครงการคัดแยกขยะ ประจำปื
2564 เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำความสะอาดและกำจัดขยะในที่สาธารณะ

โดยมีนายปรีชา กุลปรีชา นายกเทศมนตรีฟ้าฮ่าม เป็นประธานเปิดโครงการคัดแยกขยะ ประจำปื 2564 ณ ถนนนามพระราชทาน ตำบลฟ้าฮ่าท อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อรณรงค์ให้
ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำความสะอาดและกำจัดขยะในที่สาธารณะ

ซึ่งมี ประธานและสมาชิกสภาฯ, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, อำนวยโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพประจำตำบล บ้านขะจาว, คณะกรรมการชุมชน 8 ชุมชน, อาสาสมัคร
สาธารณสุขประจำหมู บ้าน 7 หมู่บ้าน และพนักงานเทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม
ประมาณ 150 คน ร่วมกันทำความสะอาดชุมชน เพื่อปลูกให้ชาวบ้านเรียนรู้การรักษาชุมชนให้สะอาดถูกสุขอนามัย ทั้งนี้เพื่อให้ชุมชนน่าอยู่ มีความสะอาด ไม่เป็นที่อยู่ของสัตว์ร้าย ไม่มีน้ำเน่าขัง โดยอาศัยความร่วมมือจากประชาชน

ซึ่งเป็นไป ตามอำนาจตามพระราชบัญญัติ กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย
อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2564 ให้องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นมีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของ
ประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง การปรับปรุงแหล่งชุมชน
แออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย การรักษาความสะอาดและความสะอาด

เปิดขั้นตอน ‘ว่างงาน’ ลงทะเบียนขอรับ ‘เงินชดเชย’ จากประกันสังคม

'ว่างงาน' ลงทะเบียนขอรับ 'เงินชดเชย'

เปิดขั้นตอน สำหรับผู้”ว่างงาน” ซึ่งประกันตนใน “กองทุนประกันสังคม” ที่จ่ายเงินสมทบในส่วนของกรณีว่างงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน สามารถขอรับเงินชดเชยระหว่างว่างงานได้ เมื่อทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

ประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับเมื่อตกอยู่ในสถานะ “ว่างงาน” ในกรณีเลิกจ้าง/ลาออกปกติ รวมถึงขั้นตอนการขึ้นทะเบียนว่างงานในช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ ดังนี้

– ต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วันนับแต่วันที่ว่างงาน โดยไม่ต้องรอหนังสือรับรองการออกจากงาน เพื่อเป็นการแสดงสิทธิ์ในเบื้องต้น

– มีความสามารถในการทำงาน และพร้อมที่จะทำงานที่เหมาะสมตามที่จัดหาให้

– ต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน

– ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่สำนักจัดหางาน ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง

 ผู้ที่ว่างงานต้องไม่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากกรณี ดังต่อไปนี้ ทุจริตต่อหน้าที่ กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในกรณีร้ายแรง ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร ประมาทเลินล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา 

– ต้องมิใช่ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ

– มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 นับแต่วันว่างงานจากการทำงานกับนายจ้างรายสุดท้าย

– ไม่เป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39

  •  ประโยชน์ทดแทนที่จะได้รับ 

– กรณีถูกเลิกจ้าง ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท จะได้รับเดือนละ 5,000 บาท

– กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลา ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท จะได้รับเดือนละ 3,000 บาท

– เมื่อผู้ประกันตนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (ลาออก) สามารถใช้สิทธิประกันสังคมต่อได้อีก 6 เดือน โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่าย (กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพและกรณีเสียชีวิต) และประโยชน์ทดแทนทุกกรณีเมื่อมีสิทธิต้องยื่นเรื่องรับเงินภายใน 1 ปี เว้นแต่ กรณีว่างงานผู้ประกันตนจะต้องยื่นขึ้นทะเบียนว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐ ต้องยื่นสิทธิภายใน 30 วัน หลังจากถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงาน หากยื่นสิทธิเกินกว่า 30 วัน จะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง และหากยื่นสิทธิเกินวันที่จะได้รับสิทธิไปแล้ว จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน

ทั้งนี้ ในกรณียื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพราะเหตุถูกเลิกจ้าง หรือเหตุถูกเลิกจ้างและลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างเกินกว่า 1 ครั้ง ภายใน 1 ปีปฏิทิน ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนทุกครั้ง รวมกันไม่เกิน 180 วัน แต่ในกรณียื่นขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเพราะเหตุลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง เกินกว่า 1 ครั้ง ภายใน 1 ปีปฏิทิน ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนรวมกันไม่เกิน 90 วัน

  •  ขั้นตอน “ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน กรณีว่างงาน” ในช่องทางออนไลน์ 

1. เข้าเว็บไซต์ของ กรมการจัดหางาน (empui.doe.go.th)

2. “ลงทะเบียนเข้าใช้งาน” สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนว่างงาน และยังไม่มีรหัสผ่านเข้าใช้ระบบ

3. ทำตาม 4 ขั้นตอนหลักจนครบถ้วน

  • ขั้นตอนที่ 1 อ่านข้อตกลงของการใช้บริการ ก่อนกดขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบเลขบัตรประจำตัวประชาชน
ขั้นตอนที่ 3 กรอกข้อมูลส่วนตัว

บันทึกการลงทะเบียน 

4. ผู้ประกันตนฯ จะได้รับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน และวันที่นัดรายงานตัวของผู้ประกันตน ซึ่งสามารถพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ได้

  1. พิมพ์เอกสาร ดังนี้
  • ใบนัดรายงานตัว
  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน (สปส.2-01/7)

6. ยื่นที่สำนักงานประกันสังคม

โดยเอกสารที่ต้องเตรียมคือ แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) ที่กรอกรายละเอียดครบถ้วน

– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประกันตน

– สำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อผู้ประกันตน

 ขั้นตอน “ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน กรณีว่างงาน” เดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง 

1. ต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักจัดหางาน กรมการจัดหางาน

2. กรอกแบบฟอร์มใบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน พร้อมด้วยหลักฐานดังนี้

– บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

– รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 1 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)

3. กรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน พร้อมด้วยหลักฐานดังนี้

– หนังสือรับรองการออกจากงาน หรือสำเนาแบบแจ้งการออกจากงาน (สปส 6-09) หรือ หนังสือหรือคำสั่งของนายจ้างที่ให้ออกจากงาน สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชี

4. เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานทำการสัมภาษณ์/ตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติการทำงาน

5. เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานทำการเลือกตำแหน่งงานว่างให้เลือก 3 แห่ง ให้ผู้ประกันตนกรณีว่างงานได้พิจารณา

หากยังไม่มีงานที่เหมาะสม เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานจะประสานงานส่งฝึกอบรมแรงงานตามความจำเป็น แต่หากผู้ประกันตนกลับเข้าทำงานในสถานประกอบการ หรือปฏิเสธงานหรือปฏิเสธการฝึกงานที่จัดหาให้และไม่ไปรายงานตัวตามที่กำหนด สำนักงานประกันสังคมจะงดจ่ายประโยชน์ทดแทนทันที

6. เจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกสถานะผู้ประกันตนกรณีว่างงานเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง

7. เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมดึงข้อมูลผู้ประกันตนกรณีว่างงานขึ้นมาวินิจฉัยตามเงื่อนไขการเกิดสิทธิ

8. เมื่อคุณสมบัติครบถ้วน สำนักงานประกันสังคมทำการโอนเงินทดแทนการขาดรายได้ตามสิทธิให้ผู้ประกันตน ผ่านทางบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน เดือนละ 1 ครั้ง

9. หากผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนไม่พอใจคำสั่งจ่ายประโยชน์ทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามด้วยตนเองที่สํานักงานประกันสังคมทุกแห่ง หรือโทรศัพท์ 02-4558989 ต่อ 215 , 220 , 221 แฟกซ์ 02-4554898 ,02-4554896