Category Archives: ข่าวต่างประเทศ

“ทรัมป์” สั่งปลด จนท.ระดับสูงอีก 3 คน หลังไล่ออก รมว.กลาโหม

"ทรัมป์" สั่งปลด จนท.ระดับสูง

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหม สหรัฐฯ เพิ่ม 3 คน หลังไล่ออก รมว.กลาโหม สร้างความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่องานด้านความมั่นคง

วันนี้ (11 พ.ย.2563) กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ประกาศปลดเจ้าหน้าที่พลเรือนระดับสูงเพิ่มเติม รวมถึงมีผู้ยื่นใบลาออก ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลาเพียง 2 วัน มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงพ้นจากตำแหน่ง 4 คน ในจำนวนนี้รวมถึงนายมาร์ค เอสเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ถูกนายโดนัลด์ ทรัมป์ ไล่ออกจากตำแหน่งและมีผลเมื่อวานนี้ (10 พ.ย.) พร้อมแต่งตั้งบุคคลที่อยู่ฝ่ายของตัวเอง ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการแทน

การสั่งปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหม ทั้งที่ทรัมป์เหลือเวลาอยู่ในตำแหน่งเพียงไม่กี่เดือน สร้างความกังวลว่า อาจส่งผลกระทบต่องานด้านความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่รักษาการ มีแนวคิดต่อต้านชาติมุสลิม และเคยกล่าวหานายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าเป็นผู้นำกลุ่มก่อการร้ายที่ให้การสนับสนุนประเทศมุสลิมมากยิ่งกว่าประธานาธิบดีคนใดในอดีต

‘เมลาเนีย-คุชเนอร์’ แนะทรัมป์รับความพ่ายแพ้ หลังปธน.ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่ามีการโกง

ทรัมป์

‘เมลาเนีย-คุชเนอร์’ แนะทรัมป์ รับความพ่ายแพ้ ศึกเลือกตั้งสหรัฐ 2020 หลังไม่ยอมรับเพราะเชื่อว่ามีการโกง โดยเฉพาะคะแนนทางไปรษณีย์

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ขณะนี้คนใกล้ตัวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มไม่เห็นด้วยกับการที่ปธน.ทรัมป์ปฏิเสธผลการเลือกตั้ง โดยนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของปธน.ทรัมป์ หรือแม้แต่นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ต่างก็แนะนำให้ปธน.ทรัมป์ยอมรับชัยชนะของนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 46

แหล่งข่าวเปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นว่า นายคุชเนอร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของปธน.ทรัมป์ด้วยนั้น ได้เข้าไปพูดคุยกับปธน.ทรัมป์และแนะนำให้ปธน.ทรัมป์ประกาศความพ่ายแพ้ ขณะนี้นางเมลาเนียก็ได้กล่าวกับปธน.ทรัมป์เป็นการส่วนตัวว่า เวลาของเขาได้หมดลงแล้ว และขอให้เขายอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้

อย่างไรก็ดี นายเจสัน มิลเลอร์ ผู้จัดการทีมหาเสียงของปธน.ทรัมป์ได้ทวีตข้อความปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่านายคุชเนอร์ได้พูดคุยกับปธน.ทรัมป์เพื่อขอให้ยอมรับความพ่ายแพ้ แม้สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็นยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงก็ตาม

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ยังคงไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เนื่องจากเชื่อว่ามีการโกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโกงคะแนนเลือกตั้งทางไปรษณีย์ พร้อมกับขู่ว่าจะใช้วิธีทางกฎหมายเพื่อคัดค้านผลการเลือกตั้งอย่างเร็วที่สุดในวันจันทร์นี้

ทีมหาเสียงของปธน.ทรัมป์ได้ยื่นคำร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในรัฐสมรภูมิ (Battleground State) เช่น เพนซิลเวเนีย มิชิแกน และจอร์เจีย ร่วมถึงรัฐวิสคอนซิน โดยขณะนี้ ทางรัฐจอร์เจียได้ประกาศเตรียมนับคะแนนใหม่อีกครั้งแล้ว

โจ ไบเดนแถลงข่าว ย้ำบัตรเลือกตั้งทุกใบต้องถูกนับ มั่นใจจะชนะตอนจบ

โจ ไบเดนแถลง ชัยชนะจะเป็นของเขา

โจ ไบเดนแถลงข่าวย้ำบัตรเลือกตั้งทุกใบต้องถูกนับ ยืนยันชัยชนะจะเป็นของเขาในตอนจบ เรียกร้องทุกฝ่ายอดทนรอผลการเลือกตั้ง

นายโจ ไบเดน แถลงข่าวเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่มีการนับคะแนนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ยืนยันทุกอย่างกำลังไปได้สวย และไม่ต้องสงสัยว่าเมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว เขาและนางคามาลา แฮร์ริส คู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของนายไบเดน จะเป็นฝ่ายประกาศชัยชนะอย่างแน่นอน

นายโจ ไบเดนย้ำว่า บัตรเลือกตั้งทุกใบต้องถูกนับ ก่อนจะย้ำให้ทุกฝ่ายใจเย็นและอดทนเพื่อรอผลคะแนนในท้ายที่สุด

การออกมาปรากฎตัวของนายโจ ไบเดนครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังผลการนับคะแนนในวันนี้ เขาเริ่มมีคะแนนตีตื้นนายโดนัลด์ ทรัมป์ในหลายรัฐ เช่นในรัฐจอร์เจียและเพนซิลเวเนีย ที่ผลการนับคะแนนในช่วงหลังเป็นของพรรคเดโมแครตมากขึ้น เป็นไปตามคาดการณ์ที่หลายฝ่ายเชื่อว่า บัตรเลือกตั้งจากไปรษณีย์ซึ่งหลายรัฐกำลังทยอยนับอยู่ ส่วนใหญ่เป็นของโจ ไบเดน

“ปธน.ทรัมป์” โวย “มีการโกงเลือกตั้ง” เตรียมฟ้องศาลฎีกาให้เป็นผู้ตัดสิน

"ปธน.ทรัมป์" โวย

วันนี้ (6 พ.ย.63) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้จัดการแถลงข่าวช่วงเย็นวันวานนี้ (5 พ.ย.63) ตามเวลาท้องถิ่นที่ทำเนียบขาว ถึงสถานการณ์การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรับฯ 2020  ที่ยังไม่ได้ข้อสรุปถึงผลการนับคะแนน ตั้งแต่หลังมีการปิดหีบลงคะแนนเลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2563 ที่ผ่านมา นายทรัมป์ยืนยันว่าตนเองมีคะแนนนำนำนายโจ ไบเดน คู่ชิงตำแหน่งจากพรรคเดโมแครต ที่รัฐแอริโซนา และตนเองจะได้รับชัยชนะ” ในรัฐสมรภูมิหรือรัฐสวิงสเตทที่เหลือทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่ชัยชนะอย่างง่ายดาย

นายทรัมป์กล่าวต่ออีกว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีนี้  มีการทุจริตและมีการขโมยคะแนน ด้วยวิธีการของพรรคเดโมแครต ที่ทำให้มีบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์เพิ่มขึ้น โดยมีรายงานเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเข้ามามากมายจากทั่วประเทศ ดังนั้นเป้าหมายของตนเองคือการปกป้องกระบวนการเลือกตั้ง โดยนายทรัมป์ได้ยกตัวอย่างอ้างว่าคณะผู้สังเกตการณ์ของพรรครีพับลิกัน ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังหน่วยเลือกตั้งหลายแห่ง และการนับคะแนนในหลายหน่วยของหลายรัฐที่ไม่เปิดเผย

ขณะเดียวกัน นายทรัมป์ยังกล่าวว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้งของทุกรัฐนับเฉพาะคะแนนที่ถูกกฎหมาย ตนเองคือผู้ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ และย้ำว่าศาลฎีกาในกรุงวอชิงตันจะเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี

นอกจากนี้ นายทรัมป์กล่าวชื่นชมพรรครีพับลิกันที่ทำผลงานได้ดีขึ้นมาก ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการเตรียมครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐต่ออีกอย่างน้อย 1 สมัย ทั้งนี้ในการแถลงของนายทรัมป์ครั้งนี้ นายทรัมป์ปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าว ก่อนจะยุติการแถลงข่าวไป

กรุงเทพมหานคร ติดเมืองที่ดีที่สุด 31 ของโลก ขณะที่ลอนดอน ครองแชมป์

กรุงเทพมหานคร ติดเมืองที่ดีที่สุด 31 ของโลก

Resonance Consultancy บริษัทให้คำปรึกษาชั้นนำในด้านการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาเศรษฐกิจ ประกาศรายชื่อเมืองที่ดีที่สุด 100 อันดับแรกของโลก

ในรายงาน World’s Best Cities Report ประจำปีล่าสุด โดยผลการจัดอันดับพบว่ากรุงลอนดอนของอังกฤษอยู่ในอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสองคือนครนิวยอร์กของสหรัฐ และอันดับสามกรุงปารีสของฝรั่งเศส

สำหรับกรุงเทพมหานคร อยู่ที่อันดับ 31 โดยมีอันดับใกล้กับเมืองซานดิเอโกของสหรัฐ (อันดับ 30) และกรุงเวียนนาของออสเตรีย (อันดับ 32)

การจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลกของ Resonance วัดและเปรียบเทียบคุณภาพที่สัมพันธ์กันของสถานที่ ชื่อเสียง และอัตลักษณ์ทางการแข่งขันของเมืองใหญ่ทั่วโลกที่มีประชากรตั้งแต่ 1 ล้านคนขึ้นไป

รายงานนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นการจัดอันดับเมืองที่ละเอียดที่สุดในโลกโดยใช้ระเบียบวิธีดั้งเดิมอย่างการวิเคราะห์ตัวเลขสถิติที่สำคัญ รวมถึงคำวิจารณ์จากผู้ใช้ และกิจกรรมออนไลน์ในช่องทางต่าง ๆ เช่น Google, Facebook และ Instagram

โดยการพิจารณา โลกประกอบด้วยปัจจัยเชิงประสบการณ์ที่ประชาชนพิจารณาว่าสำคัญที่สุดในการเลือกเมืองที่จะอยู่อาศัยหรือไปเที่ยวชม รวมทั้งปัจจัยเชิงประจักษ์ที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจทางธุรกิจพิจารณาว่าสำคัญต่อการทำธุรกิจหรือลงทุน”

Resonance จึงไม่เพียงพิจารณาเมืองเหล่านี้ในแง่ของการเป็นสถานที่อยู่อาศัย ทำงาน หรือท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังอาศัยวิธีการแบบองค์รวมโดยใช้หลากหลายปัจจัยที่แสดงความสัมพันธ์เชิงบวกกับการจ้างงาน การลงทุน และ/หรือการเดินทางมาเที่ยว ตั้งแต่จำนวนร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ ไปจนถึงจำนวนบริษัทที่ติดทำเนียบ Global 500 จำนวนเที่ยวบินตรง และจำนวนครั้งที่มีการเอ่ยถึงเมืองนั้น ๆ บน Instagram

ผลการจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2564 เป็นดังนี้1) ลอนดอน ประเทศอังกฤษ2) นิวยอร์กซิตี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา3) ปารีส ประเทศฝรั่งเศส4) มอสโก ประเทศรัสเซีย5) โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น6) ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์7) สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์8) บาร์เซโลนา ประเทศสเปน9) ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา10) มาดริด ประเทศสเปน

“โดนัล ทรัมป์” เข้าห้องทำงานวันแรก หลังติดโควิด เจ้าตัวเผย ป่วยครั้งนี้เป็น “พรจากพระเจ้า”

"โดนัล ทรัมป์"

ประธานาธิบดีสหรัฐ กลับเข้าทำงานแล้ววันแรกหลังติดเชื้อโควิด

8 ตุลาคม 2563 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้กลับเข้าสู่ห้องทำงานรูปไข่ ของทำเนียบขาวในวันพุธ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลทหารเมื่อต้นสัปดาห์ หลังได้รับการรักษาโรคโควิด-19

นอกจากนี้ทำเนียบขาวได้เผยแพร่คลิปแถลงเนื้อหาโดยรวมเกี่ยวกับการต้องเข้ารับการรักษาอาการป่วยจากโรคโควิด-19 ของผู้นำสหรัฐ ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า อยากอยู่ที่ทำเนียบขาวมากกว่าแต่คณะแพทย์ขอให้เขาย้ายไปยังศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติ วอลเทอร์ รีด ชั่วคราว คณะแพทย์รักษาตนด้วยสูตรยาร่วมของบริษัทรีเจเนอรอน แม้ยังอยู่ในช่วงทดลองแต่มีประสิทธิภาพมาก เพียงไม่นานหลังเข้ารับการรักษาด้วยยาชุดแรก ก็รู้สึกดีขึ้นมากภายใน 24 ชั่วโมง จนแทบอยากออกจากโรงพยาบาลทันที

ทรัมป์ยืนยันว่าเขาต้องการให้ประชาชนได้รับการรักษาในระดับเดียวกับประธานาธิบดี และสามารถเข้าถึงยาทั้งหมดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะรัฐบาลจะรับผิดชอบทั้งหมด ยิ่งเป็นผู้สูงอายุจะได้รับสิทธิ์ให้เข้าถึงการรักษาก่อนด้วย และไม่ลืมที่จะกล่าวยกย่องบุคลากรการแพทย์ทั่วสหรัฐ 

ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า การล้มป่วยครั้งนี้เป็นพรจากพระเจ้า เพราะสามารถทำให้เขามีความเข้าใจเกี่ยวกับโรค และสัมผัสกับประสิทธิภาพของยาทั้งหมดด้วยตัวเอง และยังคงย้ำว่าโควิด-19เป็นความผิดของจีน พวกเขาต้องชดใช้อย่างสาสม 

“คีร์กีซสถาน”ประกาศการเลือกตั้งเป็น “โมฆะ” หลังฝ่ายค้าน ปชช.บุกสภาฯ จี้ผู้นำประเทศลาออก

"คีร์กีซสถาน"ประกาศการเลือกตั้งเป็น "โมฆะ"

7 ตุลาคม 2563 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน จากกรณีผู้ประท้วงคีร์กีซสถานประท้วงเดือด กล่าวหารัฐบาลโกงเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา บุกยึดและเผาอาคารที่ตั้งทำเนียบประธานาธิบดีและรัฐสภา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน และถูกจับกุมเกือบ 600 คน ต่อมานายคูบัตเบค โบโรนอฟ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น

คณะกรรมการการเลือกตั้งของคีร์กีซสถาน ได้ประกาศให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อป้องกันความตึงเครียด แต่ยังไม่มีการระบุเรื่องกำหนดการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่

ทั้งนี้ พรรคเอกภาพและพรรคมาตุภูมิคีร์กีซสถาน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เป็นพันธมิตรกับประธานาธิบดีซูรอนไบ เยเอนเบคอฟ ผู้นำคนปัจจุบัน ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา 46 และ 45 ที่นั่งตามลำดับ รวมกัน 91 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากเกิน 2 ใน 3 ของสภา ท่ามกลางความกังวลของหลายฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายค้าน ว่าจะเป็นการปูทางให้ผู้นำวัย 61 ปีสามารถแก้รัฐธรรมนูญให้อยู่ในตำแหน่งได้ตลอดชีวิต เมื่อครบวาระ 1 สมัย หรือ 6 ปีตามรัฐธรรมนูญ ในปี 2566 

ส่วนการชุมนุมครั้งนี้สื่อระบุว่าเป็นความพยายามยึดอำนาจอย่างผิดกฎหมาย สำหรับการลงคะแนนเสียงครั้งนี้ มีเพียงพรรคการเมือง 4 พรรคที่ได้ที่นั่งร้อยละ 7 ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ในจำนวนนี้มี 3 พรรคที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีแชแอนเบคอฟ ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดี “แชแอนเบคอฟ” ลาออกจากตำแหน่ง พร้อมปล่อยตัวนายอัลมาซเบ็ก อาตามบาเอฟ อดีตประธานาธิบดีคีร์กีซสถาน ซึ่งถูกศาลตัดสินจำคุกในคดีทุจริต

ด้านทำเนียบประธานาธิบดีคีร์กีซสถานยืนยัน “เยเอนเบคอฟ” ยังอยู่ในประเทศ แต่ไม่ปรากฏตัว ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง” และยกเลิกกำหนดการหารือกับตัวแทนพรรคการเมือง

สำหรับ สาธารณรัฐคีร์กีซสถาน ในอดีตเป็นประเทศที่อยู่ในสหภาพโซเวียต และได้แยกตัวออกมาเป็นประเทศคีร์กีซสถานเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2534 

สถานนั้นอยู่ในเอเชียกลาง และมีชายแดนติดกับคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน ทาจิกิสถาน และจีน และเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล  สภาพภูมิประเทศของที่นี่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงปกคลุมด้วยน้ำแข็ง  แถมยังมีภูเขามากกว่า 90% ของพื้นที่ประเทศ

อึ้งทั้งโลก ! ทรัมป์ นั่งรถเล่นโชว์แฟนคลับหน้ารพ. ก่อนกลับไปรักษาตัวต่อ

ทรัมป์ นั่งรถเล่นโชว์แฟนคลับหน้ารพ.

วันนี้( 5 ต.ค.63) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯที่กำลังป่วยด้วยโรคโควิด-19 ได้นั่งรถเอสยูวีผ่านผู้คนออกจากศูนย์พยาบาลทหารแห่งชาติ “วอลเตอร์รีด” แล้ววันนี้ โดยนายทรัมป์สวมใส่หน้ากากอนามัยและโบกมือสบายๆ ได้สร้างเซอร์ไพรซ์ให้กองทัพสื่อมวลชนและกลุ่มผู้สนับสนุนที่รออยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลที่รักษาตัวอยู่ เพราะผู้สื่อข่าวที่เกาะติดอาการป่วยนั้นยังไม่ทราบว่าประธานาธิบดีจะนั่งรถออกจากโรงพยาบาล จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่มากั้นเส้นทางด้านหน้าโรงพยาบาล และมีกลุ่มผู้สนับสนุนทยอยเดินทางมา 

ก่อนหน้าที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะออกมาปรากฏตัวเป็นเวลา 10 นาทีนั้น เพิ่งจะมีรายงานจากทีมแพทย์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ น่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ในเช้าวันจันทร์ ตามเวลาสหรัฐ เพราะเห็นว่าสุขภาพดีขึ้นมาก ส่วน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความว่า ผมได้เรียนรู้เยอะมากๆเกี่ยวกับโรคโควิด-19 

ด้านทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ในเรื่องนี้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั่งขบวนรถเป็นระยะเวลาสั้นๆเพื่อทักทายผู้สนับสนุนที่อยู่ข้างนอก และตอนนี้กลับไปที่ห้องพยาบาลชั้นพิเศษภายใน วอลเตอร์ รีด แล้ว

การกระทำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น มีคนไม่เห็นด้วย โดย ดร.เจมส์ พี ฟิลลิปส์ แพทย์ประจำโรงพยาบาลวอลเตอร์รีด ทวีตข้อความในทวิตเตอร์ ตำหนิว่า คนที่อยู่ในรถเดียวกับประธานาธิบดีที่นั่งรถออกมาโดยไม่จำเป็นอย่างยิ่งนั้น ต้องไปกักตัว 14 วัน ไม่เช่นนั้นอาจป่วยหรือเสียชีวิตได้

นายแพทย์ ฌอน คอนลีย์ แพทย์ที่ทำการรักษาระบุว่า อาการต่างๆ ของทรัมป์ เช่น ไอเล็กน้อย คัดจมูก และอ่อนเพลีย เริ่มดีขึ้นแล้ว ส่วน หัวใจ ตับ ไตทำงานปกติ ทรัมป์ไม่มีปัญหาในการหายใจหรือเดิน

แต่ระหว่างการอัพเดตอาการเมื่อคืนวันเสาร์ คอนลีย์แสดงความเห็นแง่ดีอย่างระมัดระวัง แต่สำทับว่า อาการทรัมป์ยังไม่พ้นอันตราย

ด้วยอายุ 74 ปี และเป็นโรคอ้วน ทรัมป์จึงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะมีอาการแทรกซ้อนรุนแรงจากไวรัสโคโรนาที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 7 ล้านคนและเสียชีวิตเกิน 200,000 คนในอเมริกาขณะนี้

สำหรับเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่ติดโควิดเช่นเดียวกัน ยังคงรักษาตัวอยู่ในทำเนียบขาว โดยในวิดีโอ ทรัมป์ระบุว่า ภรรยาของตนรับมือได้ดีมากและพูดติดตลกว่า เป็นเพราะเมลาเนียอ่อนกว่าตนนิดหน่อย ทั้งที่จริงทั้งคู่อายุห่างกัน 24 ปี

ช็อกโลก ปธน.ทรัมป์ – เมลาเนีย พบผลตรวจติดเชื้อ โควิด-19

ปธน.ทรัมป์ - เมลาเนีย พบผลตรวจติดเชื้อ โควิด-19

ปธน.ทรัมป์-เมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลข 1 ผลตรวจติดเชื้อโควิด-19 หลังจากก่อนหน้าเพิ่งแจ้งข่าวต้องกักตัว รอผล เนื่องจากโฮป ฮิกส์ ที่ปรึกษาและผู้ช่วยคนสนิทติดเชื้อ

เมื่อ 2 ต.ค.63 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ผลตรวจออกมาติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่ หรือโควิด-19 หลังจากก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้แจ้งข่าวทางทวิตเตอร์ว่าเขาและเมลาเนียต้องเริ่มกักกันตัวเพื่อรอผลการตรวจเชื้อ เนื่องจากนางสาวโฮป ฮิกส์ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีและหนึ่งในผู้ช่วยคนสนิทของทรัมป์ วัย 31 ปี ผลตรวจออกมาติดเชื้อโควิด-19

ก่อนหน้านี้ น.ส.ฮิกส์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถือเป็นผู้ช่วยที่มีความใกล้ชิดที่สุดของทรัมป์ ได้ร่วมเดินทางโดย ‘แอร์ ฟอร์ซ วัน’ เครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯไปกับประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา.

ขณะที่ผู้นำสหรัฐได้โพสต์ทวิตเตอร์ระบุด้วยว่า “คืนนี้ ผมและภรรยา รับทราบผลการทดสอบโควิด-19 ออกมาเป็นบวก และพวกเราจะกักตัวเพื่อรักษา เราจะผ่านมันไปด้วยกัน!”

“ดิสนีย์” ปลดพนักงานสวนสนุก 28,000 คน เซ่น โควิด-19

"ดิสนีย์" ปลดพนักงานสวนสนุก

“วอลท์ ดิสนีย์” ได้ประกาศปลดพนักงานฝ่ายสวนสนุกในสหรัฐประมาณ 28,000 คน ซึ่งราว 2 ใน 3 เป็นพนักงานชั่วคราว โดยบริษัทให้เหตุผลของการปลดพนักงานว่า เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้สวนสนุกในแคลิฟอร์เนียต้องปิดตัวยาว ขณะที่บางแห่งก็ต้องจำกัดจำนวนคนเข้าเที่ยวชม

ตั้งแต่โควิด-19 เริ่มระบาดเมื่อต้นปีนี้ ดิสนีย์ได้ปิดทำการสวนสนุกทั่วโลกไประยะหนึ่ง ก่อนที่จะค่อยๆ ทยอยเปิดดิสนีย์แลนด์ แต่ก็ต้องจำกัดจำนวนคนเข้าชม เพื่อปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางกายภาพ

ทั้งนี้ ดิสนีย์เพิ่งกลับมาเปิดสวนสนุกในฮ่องกงเป็นครั้งที่สองเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว หลังจากปิดบริการมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมตอนที่โควิดระบาดหนัก.