Category Archives: ตำแหน่งข่าวด่วน update hilight

ปันปัน สุทัตตา เซ็กซี่ใสๆ อวดหุ่นเป๊ะผิวขาวเนียนในชุดบิกินี

ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์

ยิ่งโตยิ่งสวย นักแสดงสาววัยรุ่นหน้าใส ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์  ล่าสุดปันปันเผยให้เห็นความแซ่บในชุดบิกินีแล้วจ้า ทำเอาไอจีไฟลุกไปเลย

โดย ปันปัน สุทัตตา โพสต์ภาพตัวเองในชุดว่ายน้ำบิกินีสีเหลืองสดใส พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “ลงก็ได้ นานๆ ทีเนอะ” เผยให้เห็นหุ่นสวยเป๊ะปัง ผิวขาวเนียนตา เซ็กซี่แบบใสๆ ทำเอาแฟนๆ แห่กดไลค์และคอมเมนต์ไฟลุก ปาอีโมจิหัวใจให้รัวๆ บ้างก็บอกให้คะแนนเต็ม 10 ไม่หักกับลุคนี้เลยจ้า

ด้านคนในวงการบันเทิงต่างคอมเมนต์แซวรัวๆ อาทิ วุ้นเส้น วิริฒิพา “โตแล้วๆ” และใส่อีโมจิจุ๊บๆ, แพทริเซีย กู๊ด “Youuuuu” และใส่อีโมจิตาเป็นรูปหัวใจ” กวาง วรรณปิยะ “หูยยยยยยย”, ใบเตย อาร์สยาม “สุดปัง” และใส่อีโมจิไฟลุก, คริส หอวัง “หูย โอ้ย หูย ปัน !!! ชั้นจะฟ้องพี่ซี่” ฯลฯ

รมว.อุดมศึกษา เรียกประชุมประธานนิสิตทั่วประเทศ แนะขอให้มองโลกทางบวก จะทำให้มองเห็นโอกาส ไม่ใช่เห็นแต่ปัญหา

รมว.อุดมศึกษา แนะเยาวชน

เดินหน้าพัฒนาเยาวชนทางการศึกษา รมว.อุดมศึกษา เรียกประชุมประธานนิสิตทั่วประเทศ แนะขอให้มองโลกทางบวก จะทำให้มองเห็นโอกาส ไม่ใช่เห็นแต่ปัญหา

เมื่อวันที่ 5 พ.ย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการ รมว.อว. พร้อมด้วย รศ.ดร.จักษ์  พันธ์ชูเพชร ที่ปรึกษา รมว.อว. และนายสำราญ รอดเพชร ผู้ช่วย รมว.อว. เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง นวัตกรรมเพื่อสังคมไทย บทบาทผู้นำเยาวชนยุคใหม่…สู่…คนไทยมีดี ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ(อพวช.)

โดยมีผู้นำนักศึกษาและผู้นำเยาวชน 168 คนจาก 89 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้าร่วม โดย ศ.ดร.เอนก ได้ทักทายผู้นำนักศึกษาอย่างเป็นกันเองพร้อมกล่าว ว่า ตนยินดีที่ได้มาพบปะผู้นำนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ การมารวมตัวกันของนักศึกษาในวันนี้ ถือเป็นโอกาสทองของชีวิตนักศึกษา ที่ได้มีโอกาสพบปะกับเพื่อน ๆ จากมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เนื่องจากชีวิตนักศึกษาทั่ว ๆ ไปจะรู้จักเฉพาะเพื่อนในสาขาวิชาของตนเอง หรือในคณะของตนเอง หรือในมหาวิทยาลัยของตนเองเท่านั้น

ดังนั้น ขอให้นักศึกษาที่ร่วมงานสร้างเครือข่าย เพราะการจะประสบความสำเร็จในชีวิต นอกจากมีความรู้ มีอุปนิสัยดีแล้ว ยังต้องมีเครือข่ายของคนที่เคยรู้จักหรือคุ้นเคย เช่น การรู้จักกันในกิจกรรมนี้ก็เป็นการสร้างเครือข่ายหนึ่งที่จะมีประโยชน์กับชีวิตนักศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เป็นการสร้างทุนทางสังคม เสริมจากทุนชีวิตที่แต่ละคนมี ที่สำคัญขอให้มีทัศนคติที่ถูกต้อง มองโลกในทางบวก ไม่ใช่เห็นแต่แง่ลบ ซึ่งข้อดีของการมองโลกในทางบวกจะทำให้เรามองเห็นโอกาสไม่ใช่เห็นแต่ปัญหา

รมว.อว. กล่าวต่อว่า บทบาทของพวกเราในฐานะผู้นำนักศึกษาที่มาจากแต่ละมหาวิทยาลัยย่อมมีความแตกต่าง มีความหลากหลายในการศึกษา วิทยาการ ความถนัด ย่อมมีแตกต่างกันออกไป แต่ทุกความแตกต่างหากตั้งอยู่บนพื้นฐานความดีงาม ความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ย่อมเกิดเป็นพลังการพัฒนาที่ชาติต้องการ อว.จึงมุ่งเน้นที่จะสร้าง นิสิต นักศึกษา สร้างบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่ต้องการของภาคเอกชน และภาคสังคมมากขึ้น ทั้งในแง่ของการเรียนการสอน การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม ที่สำคัญคือต้องเป็นมันสมองของประเทศชาติและสังคม

ตนมั่นใจว่าการทำกิจกรรมจะสร้างประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำนักศึกษาทุกคนในการที่จะนำไปปรับใช้ ให้เข้ากับบริบทของแต่ละพื้นที่ แต่ละวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศต่อไป

ไทยได้ประโยชน์จากใคร ลุ้นผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ “ทรัมป์” หรือ “ไบเดน”

"ทรัมป์" หรือ "ไบเดน"

ไทยลุ้นผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2020 หาก “โจ ไบเดน” เอาชนะ “โดนัลด์ ทรัมป์” ส่งผลดีต่อประเทศไทย ส่งออกพุ่ง-สานต่อ CPTPP

โค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ โพลทุกสำนักเทคะแนนให้ “โจ ไบเดน” ขณะที่เอกชนไทยลุ้นการเมืองเปลี่ยนขั้ว จับตาไบเดนหวนคืน CPTPP ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวเร็วขึ้นภายใต้ผู้นำใหม่-สงครามการค้าสงบแต่ยังไม่จบ ไทยได้อานิสงส์ส่งออกสหรัฐปี’64 โต 12%

โค้งสุดท้าย โดยโพลส่วนใหญ่ระบุว่า คะแนนนิยมของ “โจ ไบเดน” ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน อยู่ประมาณ 8-9%

สำหรับประเทศไทย ตลาดสหรัฐถือเป็นตลาดส่งออกหลัก ครองส่วนแบ่ง 14.7% โดยปี 2562 ไทยส่งออกไปสหรัฐ 31,348 ล้านเหรียญสหรัฐ และในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา มูลค่าส่งออกไปสหรัฐอยู่ที่ 25,358 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ถือเป็นตลาดส่งออกเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถเติบโตสวนทางกับภาพรวมการส่งออกไทย ที่ยังคงหดตัว -7.33% อีกทั้งสหรัฐยังเป็นประเทศที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากร (GSP) กับไทยถึง 2,672 รายการด้วย

สหรัฐกลับเข้ากติกาโลก

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย กล่าวว่า ภาพใหญ่หากไบเดนชนะการเลือกตั้ง นโยบายการค้าระหว่างประเทศแบบที่ทรัมป์เคยใช้จะลดความร้อนแรงลง สำหรับการส่งออกและนำเข้ากากถั่วเหลืองน่าจะได้รับอานิสงส์มากกว่า

แต่หากผลการเลือกตั้งพลิกจากโพล ทรัมป์กลับมา จะยิ่งทำให้มีการใช้มาตรการการค้าขั้นรุนแรงมากขึ้น เพราะถือเป็นสมัยสุดท้ายแล้ว ซึ่งไทยก็มีความเสี่ยงที่จะถูกบีบให้ซื้อกากถั่วเหลืองจากสหรัฐ เพื่อไม่ให้ใช้มาตรการทางการค้า

สงครามการค้าไม่จบ

ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มีโอกาสที่ไบเดนจะชนะ จากปัจจัยเรื่องการควบคุมการแพร่ระบาดโควิดของทรัมป์ทำให้คะแนนนิยมลดลง ซึ่งหากไบเดนชนะการเลือกตั้ง ทางสหรัฐก็จะยังคงทำสงครามการค้ากับจีนต่อเนื่อง เพียงแต่อาจจะยกเลิกไม่ใช้นโยบาย American First และเดินหน้าขึ้นภาษีนักธุรกิจชั้นนำของสหรัฐแทน

ในส่วนของไทยก็อาจได้ประโยชน์ในแง่ที่ปลายปีนี้ สหรัฐเตรียมจะตัดสิทธิ GSP สินค้าไทย หากเปลี่ยนพรรค เปลี่ยนนโยบาย ก็มีโอกาสจะเจรจาได้ ส่วนการเจรจา CPTPP (ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก) ก็มีโอกาสจะหวนกลับไปเจรจาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ไทยต้องหาข้อสรุปในตัวเองก่อนว่าจะเข้าร่วมหรือไม่

“แต่ทั้งนี้ยังประมาทไม่ได้ ทรัมป์อาจจะมีกลยุทธ์ใหม่ในช่วงโค้งสุดท้ายออกมา ทำให้ชนะการเลือกตั้งก็ได้ ซึ่งหากทรัมป์ชนะ การใช้นโยบายมาตรการทางการค้าจะห้าวขึ้นแน่นอน โดยไทยจะต้องระวัง เพราะ 9 เดือนแรกส่งออกไปสหรัฐขยายตัว ได้ดุลการค้า สหรัฐก็จับตาเรื่องการใช้นโยบายแทรกแซงค่าเงินบาทของไทย เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยใช้มาตรการนี้กับเวียดนามไปแล้ว”

ไบเดนลุยต่อ CPTPP

ดร.รัชดา เจียสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โบลลิเกอร์ แอนด์ คอมพานี จำกัด เป็นผู้ทำการศึกษาเรื่อง CPTPP กล่าวว่า หากไบเดนชนะการเลือกตั้ง ถึงแม้ท่าทีแข็งกร้าวของสหรัฐที่มีต่อประเทศจีนจะยังไม่หายไป แต่ความสนใจต่ออาเซียนและไทยจะมีทิศทางบวกมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งไบเดนได้ส่งสัญญาณผ่าน Democratic Party Platform ว่า จะเร่งสร้างความสัมพันธ์กับไทย

ส่วนนโยบายการเจรจาการค้าระหว่างประเทศนั้น “มีความเป็นไปได้สูง” ที่สหรัฐจะกลับเข้าสู่การเจรจา CPTPP หลังจากทรัมป์ได้ถอนตัวจากการเจรจา

“ไบเดน” หนุน เศรษฐกิจสหรัฐฟื้น

ด้าน ดร.เชาว์ เก่งชน ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า หากผลการเลือกตั้งนายโจ ไบเดน ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ และพรรคเดโมแครตครองเสียงทั้งสภาบนและสภาล่าง จะมีผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงเศรษฐกิจไทยแตกต่างกันค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับกรณีหากนายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรณีหากนายโจ ไบเดน เป็นผู้นำคนใหม่ จะนำพาเศรษฐกิจสหรัฐปี 2564 กลับมาฟื้นตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3.0% ขณะที่หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะ คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจขยายตัวน้อยกว่า 2.0% แต่ยังมีข้อต้องระวัง ในกรณีนายไบเดนชนะ การขาดดุลงบประมาณของสหรัฐจะสูงกว่ากรณีทรัมป์ เพราะนโยบายด้านรายจ่ายจะเพิ่มขึ้น

ไทยรับอานิสงส์ส่งออกโต

ขณะที่ผลต่อเศรษฐกิจไทยจะขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐ หากโจ ไบเดน ได้เป็นผู้นำคนใหม่ เศรษฐกิจสหรัฐที่คาดว่าจะขยายตัวดีกว่า จะส่งผลต่อความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของไทยไปสหรัฐ อาทิ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลแปรรูป ส่งผลให้การส่งออกของไทยไปสหรัฐ ปี 2564 มีโอกาสขยายตัวได้ดี 10-12% ด้วยมูลค่าราว 36,700-37,300 ล้านดอลลาร์ จากปี 2563 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 6.4% แต่ถ้าพลิกโผเป็นโดนัลด์ ทรัมป์ การส่งออกของไทยอาจเติบโตต่ำกว่า 5%

ดร.เชาว์กล่าวอีกว่า ผลทางอ้อมจะเป็นเรื่องบรรยากาศทางการค้า โดยเฉพาะกรณีสงครามการค้ากับจีน หากทรัมป์ชนะอาจจะปรับขึ้นภาษีอีกรอบ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับสินค้าไทยด้วย เนื่องจากเป็นซัพพลายเชนของสินค้าจีน แต่หากไบเดนชนะ ประเมินว่าไม่น่าจะมีมาตรการตึงเครียด แม้จะไม่ได้ยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าในเวลาอันสั้น

4 มุมมองผลเลือกตั้งสหรัฐ

ด้านนายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า มุมมองต่อการเลือกตั้งสหรัฐมี 4 ข้อ คือ 1.หากโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้ง แม้ว่าข้อปฏิบัติกับจีนจะดีขึ้น แต่เชื่อว่าแรงกดดันต่อจีนจะมีอยู่ แต่จะใช้วิธีอื่น ๆ แต่จะไม่ใช่ระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากไบเดนน่าจะให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ก่อนเป็นอันดับแรก

2.หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง จะเห็นการเก็บภาษีจีนต่อ แต่สิ่งที่อยากให้มอง คือช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ประเทศที่ได้ประโยชน์จากสงครามการค้าสหรัฐและจีน คือ “เวียดนาม” ที่เห็นการย้ายฐานผลิตเข้าไปในเวียดนามจำนวนมาก ดังนั้นหากทรัมป์มา เวียดนามก็น่าจะยังคงได้ประโยชน์ต่อเนื่อง ประเด็นคือไทยจะทำอย่างไรที่จะทำให้เงินลงทุนเข้าไทยได้

จีนสำคัญกับไทยมากกว่าสหรัฐ

3.การเลือกตั้งสหรัฐไม่มีผลโดยตรงต่อภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าใครจะมา แต่เอเชียและไทยจะได้รับผลกระทบจากตัวหลักอย่างประเทศจีน ซึ่งสิ่งสำคัญคือระยะข้างหน้า จีนหันมาพึ่งพากำลังซื้อและเทคโนโลยีภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งถือเป็นผลดีต่อห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาคและไทยมากกว่า

4.เอเชียและไทยพึ่งพิงการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศค่อนข้างมาก ใครชนะก็ตาม อยู่ที่โอกาสการเจรจาซึ่งที่ผ่านมา 4 ปี ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์พบว่า การเจรจาการค้าและการลงทุนมีอุปสรรคค่อนข้างมาก ซึ่งมองว่าหากไบเดนได้รับตำแหน่ง อุปสรรคเหล่านี้น่าจะมีสัญญาณที่ดีขึ้นได้

“เราให้น้ำหนักในข้อที่ 1-3 เพราะจะมีผลกับไทยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะประเทศที่ได้ประโยชน์จากการกีดกันทางการค้า หากเราไม่ได้เป็นผู้ชนะที่ชัดเจนในอีก 4 ปีข้างหน้า เราจะทำอย่างไรให้ทันเวียดนาม ส่วนเรื่องค่าเงินอาจจะเหมือนที่หลายคนคาดการณ์คือ ทรัมป์อยู่ต่อ บาทอ่อน แต่ถ้าไบเดนมา เงินบาทจะแข็งค่า” นายทิมกล่าว

หนุนฟันด์โฟลว์เข้าเอเชีย

ขณะที่นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า คะแนนความนิยมของตลาดหุ้นและตลาดเงินเทน้ำหนักไปทาง “โจ ไบเดน” และพรรคเดโมแครตอาจได้ครองเสียงทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรด้วย หากเป็นไปตามโพลและฝ่ายวิจัยคาด นโยบายเศรษฐกิจจะยังเหมือนกับพรรครีพับลิกัน คือ นโยบายการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจีนจะยังคงโดนกีดกันการค้าต่อไป

ด้านเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) จะมีเงินไหลออกจากสหรัฐไปยุโรปและเอเชีย ในประเทศที่เศรษฐกิจขยายตัวได้ดี เช่น จีน, เวียดนาม หรือกลุ่ม TIP (ไทย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์) แต่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยอาจจะยังไม่ฟื้นตัวดีมากเมื่อเทียบในกลุ่ม

กราดยิง 6 จุดกลางกรุงเวียนนา เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย สถานทูตไทยออกเตือนเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ

เกิดเหตุ กราดยิง

เกิดเหตุ กราดยิง กลุ่มมือปืนบุกกราดยิงในพื้นที่ใจกลางกรุงเวียนนาของออสเตรียถึง 6 จุด

เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 2 พ.ย. 63 หรือตรงกับเวลา 02.00 น.ของวันที่ 3 พ.ย. ตามเวลาในไทย เบื้องต้นเหตุกราดยิงดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และบาดเจ็บ 15 คน ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 7 คน

ตำรวจเปิดเผยว่าเหตุกราดยิงทั้ง 6 จุดเกิดขึ้นในกับบริเวณโบสถ์ยิว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่ากลุ่มคนร้ายพุ่งเป้าโจมตีไปที่โบสถ์ยิวหรือไม่ โดยเหตุกราดยิงเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่ทางการออสเตรียจะประกาศใช้มาตรการล็อคดาวน์ป้องการแพร่ระบาดของโควิด19 รอบใหม่

ซึ่งขณะเกิดเหตุมีประชาชนส่วนมากออกมานั่งดื่มและกินตามบาร์ และร้านอาหาร ก่อนที่ร้านอาหารเหล่านี้จะเปิดตัวลงอีกครั้ง จนถึงช่วงปลายเดือนนี้ ตามมาตรการล็อคดาวน์ของรัฐบาล

ขณะนี้ตำรวจยังเร่งตามจับกุมผู้ก่อเหตุ 1 ราย ที่กำลังอยู่ระหว่างการหลบหนี และมีรายงานว่ามีมือปืน 1 รายถูกตำรวจยิงเสียชีวิต โดยในเวลานี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่าตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้กี่ราย

ขณะที่บรรดาผู้นำสหภาพยุโรป อาทิ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ได้พร้อมใจกันประณามคนร้ายกราดยิงในออสเตรีย

ในขณะที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย มีคำสั่งให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ งดใช้ขนส่งสาธารณะ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าของคนร้าย และมีคำสั่งปิดถนนรอบ ๆ เมืองแล้ว

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเวียนนาได้ประกาศผ่านแฟนเพจของสถานทูต แจ้งเตือนให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในกรุงเวียนนาระมัดระวังตัว หลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ รวมถึงการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และขอให้ติดตามข่าวในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไปด้วย

สรุป! “วันหยุด” 2 เดือนสุดท้าย ปี 63 ยังเหลืออีกกี่วัน ใครบ้างที่ไม่ได้หยุด

"วันหยุด" 2 เดือนสุดท้าย

เผื่อใครอยากจะวานแผนไปเที่ยว “วันหยุด” 2 เดือนสุดท้าย ปี 63 ยังเหลืออีกกี่วัน ใครบ้างที่ไม่ได้หยุด

เข้าสู่ช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี พฤศจิกายน-ธันวาคม 2563 ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้น รวมถึงกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว หลายคนอาจเริ่มมองหาช่วงเวลาวันหยุดยาว เพื่อหาวันไปท่องเที่ยวหรือพักผ่อน โดยมีมาตรการรัฐรองรับทั้ง เราเที่ยวด้วยกัน ไปจนถึงการใช้จ่ายในมาตรการคนละครึ่ง และ ช้อปดีมีคืน เพื่อลดหย่อนภาษี

ทั้งนี้สำหรับช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ทั้งพฤศจิกายน และธันวาคม 2563 มีวันหยุดหลายวัน ทั้งจากวันหยุดพิเศษที่มีเป็นประจำทุกปี และวันหยุดพิเศษที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติเป็นการเพิ่มเติม ดังนี้

ในเดือนพฤศจิกายน 2563 จะมีวันหยุดยาวที่ติดต่อถึง 4 วัน คือ ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 19 – วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน 2563

  • วันหยุดเดือนพฤศจิกายน 2563 

– วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2563   :   วันหยุดพิเศษ

 วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563         :   วันหยุดพิเศษ

โดยวันหยุดพิเศษที่เพิ่มขึ้นมา 2 วัน จากเดิมที่ในเดือนพฤศจิกายนจะไม่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซึ่งการเพิ่มวันหยุดพิเศษนี้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบให้กำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 19-20 พฤศจิกายน 2563 เพื่อหวังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้ใน เดือน พ.ย. มีวันหยุดยาว 4 วัน (19-20-21-22 พ.ย.63)

แต่ทั้งนี้จะไม่ถือเป็นวันหยุดราชการประจำปี และไม่จำเป็นต้องถือเป็นวันหยุดตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานฯ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กพท.) บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด ในการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษในวันหยุดราชการประจำปีและวันหยุดนักขัตฤกษ์

ขณะที่ “สถาบันการเงิน” ยังคงเปิดดำเนินการตามปกติในวันพฤหัสบดีที่ 19 และวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563 และคงวันหยุด​ชดเชยวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม 2563 รวมถึงเพิ่มวันหยุดเป็นกรณีพิเศษในวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2563 แทน

  • วันหยุดเดือนธันวาคม 2563
  • ธันวาคม 2563 นี้ จะมี วันหยุดยาวที่ติดต่อกัน 4 วันรวด ทั้งหมด 2 ชุด คือ
  • วันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ที่ 10-11-12-13 ธันวาคม 2563 
  • วันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ที่ 31 ธ.ค.63 – 3 มกราคม 2564

– วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563         :   วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 9 และวันพ่อแห่งชาติ

– วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม 2563         :   วันหยุดชดเชยวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพในหลวงรัชกาลที่ 9 และวันพ่อแห่งชาติ (สำหรับบางหน่วยงาน)

– วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2563  :   วันรัฐธรรมนูญ

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม 2563        :   วันหยุดชดเชยวันพ่อแห่งชาติ มติ ครม.ย้ายจากวันที่ 7 ธันวาคม 2563 มาเป็นวันที่ 10 ธ.ค.แทน เพื่อให้เป็นวันหยุดยาว (หยุดยาว 4 วัน พฤหัสบดี-เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ที่ 10-11-12-13 ธ.ค.63)

– วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม 2563  :   วันสิ้นปี

อย่างไรก็ตามการกำหนดหยุดพิเศษนี้ มติ ครม.ระบุไว้ว่าควรให้บางหน่วยงานที่อาจมีการนัดหมายประชาชนไว้แล้ว สามารถพิจารณาตามความเหมาะสมได้ เช่น โรงพยาบาล ศาล ธนาคาร สถาบันการเงิน เป็นต้น 

กรุงเทพมหานคร ติดเมืองที่ดีที่สุด 31 ของโลก ขณะที่ลอนดอน ครองแชมป์

กรุงเทพมหานคร ติดเมืองที่ดีที่สุด 31 ของโลก

Resonance Consultancy บริษัทให้คำปรึกษาชั้นนำในด้านการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาเศรษฐกิจ ประกาศรายชื่อเมืองที่ดีที่สุด 100 อันดับแรกของโลก

ในรายงาน World’s Best Cities Report ประจำปีล่าสุด โดยผลการจัดอันดับพบว่ากรุงลอนดอนของอังกฤษอยู่ในอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสองคือนครนิวยอร์กของสหรัฐ และอันดับสามกรุงปารีสของฝรั่งเศส

สำหรับกรุงเทพมหานคร อยู่ที่อันดับ 31 โดยมีอันดับใกล้กับเมืองซานดิเอโกของสหรัฐ (อันดับ 30) และกรุงเวียนนาของออสเตรีย (อันดับ 32)

การจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลกของ Resonance วัดและเปรียบเทียบคุณภาพที่สัมพันธ์กันของสถานที่ ชื่อเสียง และอัตลักษณ์ทางการแข่งขันของเมืองใหญ่ทั่วโลกที่มีประชากรตั้งแต่ 1 ล้านคนขึ้นไป

รายงานนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นการจัดอันดับเมืองที่ละเอียดที่สุดในโลกโดยใช้ระเบียบวิธีดั้งเดิมอย่างการวิเคราะห์ตัวเลขสถิติที่สำคัญ รวมถึงคำวิจารณ์จากผู้ใช้ และกิจกรรมออนไลน์ในช่องทางต่าง ๆ เช่น Google, Facebook และ Instagram

โดยการพิจารณา โลกประกอบด้วยปัจจัยเชิงประสบการณ์ที่ประชาชนพิจารณาว่าสำคัญที่สุดในการเลือกเมืองที่จะอยู่อาศัยหรือไปเที่ยวชม รวมทั้งปัจจัยเชิงประจักษ์ที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจทางธุรกิจพิจารณาว่าสำคัญต่อการทำธุรกิจหรือลงทุน”

Resonance จึงไม่เพียงพิจารณาเมืองเหล่านี้ในแง่ของการเป็นสถานที่อยู่อาศัย ทำงาน หรือท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังอาศัยวิธีการแบบองค์รวมโดยใช้หลากหลายปัจจัยที่แสดงความสัมพันธ์เชิงบวกกับการจ้างงาน การลงทุน และ/หรือการเดินทางมาเที่ยว ตั้งแต่จำนวนร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ ไปจนถึงจำนวนบริษัทที่ติดทำเนียบ Global 500 จำนวนเที่ยวบินตรง และจำนวนครั้งที่มีการเอ่ยถึงเมืองนั้น ๆ บน Instagram

ผลการจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2564 เป็นดังนี้1) ลอนดอน ประเทศอังกฤษ2) นิวยอร์กซิตี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา3) ปารีส ประเทศฝรั่งเศส4) มอสโก ประเทศรัสเซีย5) โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น6) ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์7) สิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์8) บาร์เซโลนา ประเทศสเปน9) ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา10) มาดริด ประเทศสเปน

คลังเตรียม เปิดลงทะเบียน “คนละครึ่ง” รอบเก็บตก 10 พ.ย.นี้ พบกทม.ใช้สิทธิมากสุด

ปิดลงทะเบียน "คนละครึ่ง" รอบเก็บตก 10 พ.ย.

กระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง รอบเก็บตก 10 พ.ย.นี้ ยืนยันไม่ขยายสิทธิ์ 10 ล้านคน แต่ตัดยอดจากคนไม่ใช่จ่ายภายใน 14 วัน

วันนี้ (29 ต.ค.2563) น.ส.สุภัค ไชยวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีร้านธงฟ้าบางแห่งฉวยโอกาสขึ้นราคา หลังเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ว่า เตรียมประสานกระทรวงพาณิชย์ติดตามปัญหาดังกล่าว ส่วนร้านค้าทั่วไป หาบเร่แผงลอย จะอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย เชื่อว่าการแข่งขันและกลไกตลาดจะช่วยบรรเทาปัญหาได้

ส่วนกรณีปัญหาการจ่ายเงินให้ผู้ค้าล่าช้าในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังกำลังทำงานร่วมกับธนาคารกรุงไทยเพื่อปรับระบบการจ่ายเงินดังกล่าว พร้อมชี้แจงว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นการใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. จึงจำเป็นต้องมีกลไกและระยะเวลาในตรวจสอบธุรกรรม หากพบพฤติกรรมจงใจทุจริตก็พร้อมตัดสิทธิ์ออกจากโครงการ รวมทั้งดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย พร้อมเชิญชวนประชาชนแจ้งเบาะแสกรณีพบการกระทำผิด

เร่งตรวจสอบชำระ-โอนเงินผิดปกติ

ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า จากการตรวจสอบพฤติกรรม หรือธุรกรรมการเงินที่ผิดปกติ ยอมรับว่า พบการชำระเงินและโอนเงินผิดปกติจริง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ ขณะเดียวกันมีการร้องเรียนว่า ร้อยละ 20 ของคนที่ลงทะเบียนไม่สามารถยืนยันตัวตน และสแกนใบหน้าผ่านแอพเป๋าตังไม่ได้ เนื่องจากใบหน้าจริงไม่ตรงกับบัตรประชาชน ทำให้ไม่สามารถใช้บริการได้และต้องไปยืนยันตนที่ธนาคารกันจำนวนมาก

เก็บตก 10 พ.ย. แต่ไม่ขยายสิทธิ

สำหรับโครงการคนละครึ่ง ขณะนี้มีประชาชนลงทะเบียนเต็มสิทธิแล้ว 10 ล้านคน ส่วนคนที่ลงทะเบียนไม่ทันนั้น จะนำยอดคนที่ไม่ได้ใช้สิทธิภายใน 14 วัน มาเปิดลงทะเบียนใหม่หลังวันที่ 10 พ.ย.นี้ แต่ยืนยันจะไม่มีการขยายสิทธิมากกว่า 10 ล้านคน

ขณะนี้มีคนใช้สิทธิไม่ต่ำกว่า 2,600,000 คน คิดเป็นเงินกว่า 1,255.44 ล้านบาท จังหวัดที่ใช้มากสุด คือ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่

ตร.คุม “เสี่ยโป้” ขอฝากขังศาลอาญาธนบุรี ค้านประกัน

ฝากขัง "เสี่ยโป้" ค้านประกันตัว

ตำรวจ สน.ภาษีเจริญ คุมตัว “เสี่ยโป้” ขออำนาจศาลฝากขัง ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และอื่น ๆ รวม 4 ข้อหา คดีทะเลาะวิวาทหน้าร้านนวด พร้อมคัดค้านประกันตัว หวั่นยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน-หลบหนี

วันนี้ (29 ต.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ภาษีเจริญ ควบคุมตัวนายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือเสี่ยโป้ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และข้อหาอื่น ๆ รวม 4 ข้อหา กรณีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทและใช้ปืนยิงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าร้านนวดแห่งหนึ่งย่านราชพฤกษ์ เมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา

ตำรวจใช้เวลาสอบปากคำนายอภิรักษ์นานกว่า 6 ชั่วโมง โดยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าไม่ใช่คนใช้ปืนยิง เพราะวันเกิดเหตุไม่มีอาวุธติดตัว และเชื่อว่าถูกกลั่นแกล้ง เนื่องจากคู่กรณีเป็นผู้มีอิทธิพลและเปิดบ่อนพนันขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีพยานทั้งหญิงและชายประมาณ 6-7 คน อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า นายอภิรักษ์ไม่ใช้คนใช้ปืนยิงใคร แต่ยอมรับว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ซึ่งไม่รู้ว่าใครยิง และการออกมาให้ข้อมูลนั้น ไม่ได้มีความคุ้นเคยเป็นการส่วนตัวกับนายอภิรักษ์ แต่เห็นว่าข่าวที่ออกไปไม่เป็นความจริง จึงต้องการออกมาให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ในฐานะพยานเท่านั้น

พ.ต.อ.วรลภย์ สุวรรณเกษการ ผู้กำกับการสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 9 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ติดตามคดี เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอยสวน เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอาญาร้ายแรง มีโทษ 3 ปีขึ้นไป ประกอบกับเกรงผู้ต้องหาไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานและจะหลบหนี อีกทั้งไม่มีความจำเป็นที่จะควบคุมตัวไว้ที่ สน. จึงควบคุมตัวไปฝากขังที่ศาล และขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจศาลว่าจะพิจารณาให้ปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่

ศาลฯรับฟ้อง แกนนำก้าวหน้า – ก้าวไกล ร่วมชุมนุม 6 ข้อหา นัดตรวจพยานหลักฐาน 22 ธันวาคมนี้

ศาลฯรับฟ้อง ก้าวหน้า - ก้าวไกล ร่วมชุมนุม

ศาลฯรับฟ้อง แกนนำก้าวหน้า – ก้าวไกล ร่งมชุมนุม 6 ข้อหา นัดตรวจพยานหลักฐาน 22 ธันวาคมนี้ โดยปล่อยตัวชั่วคราวไม่ต้องมีหลักประกัน

ศาลแขวงปทุมวัน รับฟ้องคดี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ปธ คณะก้าวหน้า, นายปิยบุตร แสงกนกกุล ,นางสาวพรรณิการ์ วานิช ,นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคอนาคตใหม่ นครปฐม .กระทำผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ในการชุมนุมแฟลชม็อบ บริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน หน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 62 .

โดยอัยการยื่นฟ้องศาลใน 6 ข้อหา 1.ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง /2.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกฯ / 3.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบฯ / 4.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ / 5.ทำการชุมนุมสาธารณะในระยะไม่เกิน 150 เมตรจากพระราชฐาน /และ 6.พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้เลิกชุมนุมแต่ไม่เลิกชุมนุม ฯ ทั้ง 5 ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา .

โดยเฉพาะข้อหาเรื่องการชุมนุมในเขตพระราชฐานไม่เกิน 150 เมตร ซึ่งก่อนหน้าที่ได้มีการตรวจสอบแล้วว่าพื้นที่ชุมนุมเกินกว่า 150 เมตร อีกทั้งทุกครั้งที่มีการชุมนุมก็เกินกว่า 150 เมตรทุกครั้ง ส่วนการชุมนุมที่เกิดขึ้นก็เป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นการบังคับให้ประชาชนต้องยอมรับกฎเกณฑ์บางอย่าง อาจเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญก็ได้ ส่วนข้อกล่าวหาอื่นๆนั้นไม่ได้ลำบากใจ เช่นข้อกล่าวหาว่าการชุมนุมขัดขวางรถไฟฟ้า BTS นั้น ตรวจสอบแล้วพบว่ารถไฟฟ้าเสียตั้งแต่สถานีจตุจักร

ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นการขัดขวางแต่อย่างใด.ศาลจึงได้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 22 ธันวาคม 2563 เวลา 10.00 น. ที่ศาลแขวงปทุมวัน พร้อมอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว.

เทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม เชียงใหม่ ชวนเที่ยวงานยี่เป็งฟ้าฮ่าม 29 ต.ค. – 1 พ.ย.นี้

ขอเชิญ เที่ยวงานยี่เป็งฟ้าฮ่าม

เทศบาลตำบลฟ้าฮ่าม จังหงัดเชียงใหม่ ขอเชิญ เที่ยวงานยี่เป็งฟ้าฮ่าม 29 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน ณ สวนสาธารณะริมฝั่งแม่น้ำปิง ร่วมถ่ายภาพ กับโคมไฟและ ทุ่งดอกปอเทืองริมน้ำปิง อย่างสวยงาม

โดยนายปรีชา วรกุล นายกเทศมนตรีตำบลฟ้าฮ่าม เชื่อ่ว่าจะได้รับความสนใจากพีน้องประชาชน และสามารถกระตุ้นเศราฐกิจท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

.