Category Archives: Scoop พิเศษ

“เข่าเสื่อมเลี่ยง ไม่ได้แต่ชะลอได้ ” รู้ทัน ไม่ต้องผ่า ก็รักษาได้ เรามีข้อแนะนำ

"เข่าเสื่อมเลี่ยง ไม่ได้แต่ชะลอได้ "

เข่าเสื่อมเลี่ยงไม่ได้แต่ชะลอได้ 

 เข่าเสื่อมเป็นภาวะที่เกิดขึ้มตามวัยและการใช้งานไม่สามารถเลี่ยงได้แต่ชะลอได้ด้วยการรีบพบแพทย์เมื่อพบความผิดปกติที่ข้อเข่า หากปล่อยไว้อาการอาจลุกลามจนต้องผ่าตัด  

เข่าเป็นข้อต่อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย มีหน้าที่ช่วยให้ร่างกายเริ่มต้นลุกยืน เดิน ทรงตัวหรือก้าวไปในที่ต่างระดับได้อย่างสมบูรณ์ 

นายแพทย์เปรมเสถียร ศิริธนาพิพัฒน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางด้านการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพกเทียมโรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า ปัญหาข้อเข่าที่พบบ่อยและหลีกเลี่ยงไม่ได้คือข้อเข่าเสื่อม หากปล่อยให้เสื่อมมากอาจกระทบต่อการใช้ชิวิตประจำวัน รวมทั้งทำให้ข้อต่ออื่น ๆ ปวดและเสียสมดุลไปด้วย เช่น ข้อเท้า ข้อสะโพก หลัง ไหล่ ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงตามลำดับ โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมคืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณรอบเข่า โรคประจำตัวบางอย่าง น้ำหนักตัวที่มากเกินไปและลักษณะท่านั่ง

โดยมีงานวิจัยพบว่าการงอเข่ามากกว่า 90 องศา เช่น การนั่งยอง ๆ คุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ จะทำให้เกิดแรงกด 5 – 10 เท่าของน้ำหนักตัว ส่งผลให้กระดูกข้อเข่าเสื่อมเร็วและมากขึ้น นอกจากนี้อายุที่มากขึ้นก็ยิ่งทำให้เข่าเสื่อมสภาพตามกาลเวลาและการใช้งานด้วยเช่นกัน  

“ภาวะข้อเข่าเสื่อมจะมีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หากไม่รีบเข้ารับการรักษา โดยอาจมีเสียงเข่าลั่นตอนใช้งาน เช่น ขณะลุกยืน เดิน ขึ้นลงบันได มีอาการปวดตอนเริ่มต้นขยับเข่า นอกจากนี้ยังอาจเกิดอาการบวม แดง ร้อน ซึ่งบ่งบอกว่ามีภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรงมากขึ้น หากปล่อยไว้อาจทำให้ข้อเข่าผิดรูปจนลุกเดินลำบากหรือเดินไม่ได้เลย” นายแพทย์เปรมเสถียรกล่าว 

การรักษาข้อเข่าเสื่อมมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับอาการและระยะของโรค แบ่งออกเป็น 1. การรักษาแบบไม่ใช้ยา โดยจะให้ผู้ป่วยลดปัจจัยที่ทำให้เข่าเสื่อม เช่น ลดน้ำหนัก ออกกำลังกายและบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า หรือใช้วิธีอื่นร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลเซอร์ ฝังเข็ม 2. การรักษาโดยใช้ยา ซึ่งมีทั้งรูปแบบรับประทานและทา โดยแพทย์จะพิจารณาตามอาการและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย 3. ผ่าตัด มีทั้งการผ่าตัดส่องกล้องเพื่อล้างน้ำไขข้อที่อักเสบ เศษกระดูก กระดูกอ่อนและเยื่อบุข้อที่หลุดออก แต่งผิวข้อให้เรียบ กระตุ้นการสร้างกระดูกอ่อนผิวข้อใหม่ และการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียม เป็นการเอาผิวข้อที่สึกออกไปและทดแทนด้วยผิวข้อเทียม เหมาะกับผู้ป่วยที่ข้อผิดรูป ยึดติด หรือเสื่อมอย่างรุนแรง

ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีในการผ่าตัดเข่านั้นก้าวล้ำไปมาก ผู้ป่วยสามารถลุกยืน เดิน หรือขยับข้อเข่าได้ในระยะเวลาไม่เกิน 1 คืน หลังการผ่าตัดและสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วขึ้น อีกทั้งแผลผ่าตัดยังมีขนาดเล็ก ทำให้บาดเจ็บน้อย เสียเลือดน้อย ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้นเมื่อเทียบกับการผ่าตัดสมัยก่อน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการผ่าตัด ทั้งคอมพิวเตอร์นำร่องช่วยผ่าตัด (Computer Assisted Surgery) หรือหุ่นยนต์นำร่องช่วยผ่าตัด (Robotic Assisted Surgery) ก็จะยิ่งทำให้การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมมีความถูกต้อง แม่นยำ และช่วยยืดอายุการใช้งานของข้อเทียม นอกจากนี้ยังช่วยรักษาเอ็นไขว้ในข้อเข่าให้สามารถเคลื่อนไหวได้ ส่งผลให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดรู้สึกถึงการใช้งานข้อเข่าเทียมใกล้เคียงข้อเข่าปกติมากขึ้นหลังการผ่าตัด 

ทั้งนี้ นายแพทย์เปรมเสถียรยังแนะนำวิธีการถนอมข้อเข่าไม่ให้เสื่อมเร็วเกินไป ด้วยการหลีกเลี่ยงการงอเข่ามากกว่า 90 องศา ออกกำลังกายให้เหมาะสม ถ้ามีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับข้อต้องพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ป้องกันไม่ให้ภาวะข้อเข่าเสื่อมรุนแรงและลุกลาม

รวมทั้งควรคุมน้ำหนักตัวให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน นอกจากนี้หากเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับข้อเข่าจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันควรรีบพบแพทย์ เพราะหากได้รับการรักษาเร็วจะช่วยชะลอและยืดอายุการใช้งานของข้อเข่าของเราต่อไปได้

ชีวิตลูกน้อยสำคัญ คุณแม่ต้องหมั่น”ตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารก ตั้งแต่ในครรภ์ “

ชีวิตลูกน้อยสำคัญ

ตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารก เพื่อรักษาชีวิตลูกน้อยตั้งแต่ในครรภ์  

            เชื่อว่าผู้หญิงทุกคน เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นคุณแม่ ก็จะต้องให้ความใส่ใจดูแลลูกน้อยในครรภ์เป็นพิเศษ ซึ่งการตรวจคัดกรองหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ เป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องใส่ใจด้วยเช่นกัน เพราะความผิดปกติบางอย่างสามารถรักษาได้ตั้งแต่ในครรภ์ ช่วยให้ลูกน้อยคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัยและสมบูรณ์แข็งแรง 

            แพทย์หญิงจิตรนพิน ดุลยเกษม สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ อธิบายว่าความผิดปกติของทารกในครรภ์แบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ 

  1. ความผิดปกติทางพันธุกรรม (Genetic abnormalities) ความผิดปกติกลุ่มนี้มีทั้งชนิดที่ตรวจได้และตรวจไม่ได้ มีทั้งแบบโรคทางโครโมโซม และโรคของยีนส์  
  2. ความผิดปกติทางโครงสร้าง (Structural abnomalities)คือความผิดปกติทางรูปร่าง ทั้งอวัยวะภายนอกและอวัยวะภายใน  
  3. ความผิดปกติทางหน้าที่การทำงาน (Functional abnormalities) ความผิดปกติในกลุ่มนี้บางอย่างจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว เช่น ปอด ลำไส้ หู ตา สมองและสติปัญญา แต่บางอวัยวะเราสามารถตรวจได้ว่าทำงานปกติดีหรือไม่ เช่น หัวใจ การเคลื่อนไหวของแขน ขา หรือการสร้างน้ำปัสสาวะจากไต เป็นต้น 

การตรวจคัดกรองหาความผิดปกติ สามารถช่วยให้คุณแม่ทราบได้เบื้องต้นว่าทารกในครรภ์มีความเสี่ยงหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจได้ทั้งวิธีเจาะเลือดเพื่อดูความผิดปกติทางโครโมโซม และวิธีอัลตราซาวนด์เพื่อดูความผิดปกติทางโครงสร้างและการทำงานของอวัยวะ ทั้งนี้ หากพบว่ามีความเสี่ยง จะต้องมีการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม โดยเป็นการทำหัตถการที่มีความเสี่ยงต่อทารก เนื่องจากต้องใช้วิธีที่ไปข้องเกี่ยวกับความสมดุลของทารกที่อยู่ในครรภ์  

“ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการตรวจวินิจฉัย ถึงแม้จะมีโอกาสไม่เยอะ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.5 – 1 % แต่ก็ไม่มีใครอยากได้รับความเสี่ยงนั้น เพราะฉะนั้นอยากแนะนำให้คุณแม่ทุกท่านเข้ารับการตรวจคัดกรองก่อน โดยสามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์เป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับชนิดของการตรวจ แต่แนะนำช่วง 11 – 13 สัปดาห์ เพราะเป็นช่วงที่สามารถวางแผนเลือกวิธีตรวจได้หลากหลาย และเหมาะสมกับความผิดปกติที่ตรวจพบ ” แพทย์หญิงจิตรนพินกล่าว

ความผิดปกติของทารกในครรภ์มีด้วยกันหลายระดับ ตั้งแต่ระดับน้อยไปจนถึงระดับรุนแรงมาก โดยความผิดปกติที่รุนแรง เช่น พิการรุนแรง อวัยวะขาดชัดเจน จะสามารถเห็นได้จากการตรวจคัดกรองตั้งแต่การตั้งครรภ์ช่วง 12 สัปดาห์แรก ส่วนในความผิดปกติที่ไม่รุนแรง เช่น มีความพิการของอวัยวะที่มีขนาดเล็ก หรือการทำงานของหัวใจผิดปกติ จะสามารถเห็นได้ชัดขึ้นจากการตรวจคัดกรองเมื่ออายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ แต่ไม่ควรเกิน 20 สัปดาห์ เนื่องจากหากพบความผิดปกติในช่วงนี้ คุณแม่ยังสามารถเลือกรักษาหรือยุติการตั้งครรภ์ได้  

อย่างไรก็ตาม ความผิดปกติบางอย่างของทารกที่ไม่เกี่ยวข้องกับความพิการและโครโมโซม หากตรวจพบเร็ว ก็สามารถรักษาได้ตั้งแต่ในครรภ์ เช่น ภาวะซีดหรือบวมน้ำจากการติดเชื้อบางชนิด, มีถุงน้ำผิดปกติในช่องลำตัว, หัวใจเต้นผิดจังหวะบางประเภท, หรือโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดผิดปกติในกลุ่มแฝด แพทย์ก็สามารถจี้ทำลายเส้นเลือดที่ผิดปกตินั้นได้ โดยในกรณีสตรีตั้งครรภ์ที่มีเสี่ยงสูงหรือตรวจพบทารกมีความผิดปกติในครรภ์นั้น ควรได้รับการดูแลใกล้ชิดโดยแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ หรือดูแลร่วมกันกับสูติแพทย์ประจำที่ฝากครรภ์ เพื่อให้คำปรึกษาและการรักษาที่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด  

แพทย์หญิงจิตรนพินกล่าวทิ้งท้ายว่า ยิ่งคุณแม่มาตรวจคัดกรองเร็ว และพบความผิดปกติเร็วเท่าไหร่ การวางแผนการรักษาก็จะมีทางเลือกให้มากขึ้น เพราะบางโรคมีข้อจำกัดการรักษาด้วยอายุครรภ์ เพราะฉะนั้น การพบเร็ว รักษาเร็ว ก็จะทำให้ทารกมีโอกาสคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย สมบูรณ์และแข็งแรงขึ้น 

           พญ.จิตรนพิน ดุลยเกษม สูตินรีแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลเวชธานี

เลือดออกหลังมี ” SEX ” อย่าวางใจ อาจเสี่ยงติดเชื้อ

เลือดออกหลังมี " SEX " อย่าวางใจ อาจเสี่ยงติดเชื้อ

เลือดออกหลังมี เพศสัมพันธ์ เป็นปัญหาหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้กับคุณผู้หญิง แม้ว่าช่วงนั้นจะไม่ได้เป็นช่วงที่มีประจำเดือนก็ตาม

 แพทย์หญิงจุฑาธิป พูนศรัทธา สูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า การมีเลือดออกหลังเพศสัมพันธ์ (Postcoital bleeding) อาจมีสาเหตุได้ตั้งแต่การติดเชื้อธรรมดาไปจนถึงมะเร็งบางชนิด เลือดที่ออกอาจมาจากบริเวณภายนอกช่องคลอด ในช่องคลอด ปากมดลูก หรือในมดลูกได้

            สาเหตุที่พบได้เมื่อมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์

  1. การติดเชื้อ เช่น เชื้อหนองใน, คลาไมเดีย, ทริโคโมแนส ซึ่งทำให้ปากมดลูกอักเสบ หรือมีการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
  2. ปากมดลูกปลิ้น (Ectropion) ฟังดูน่าตกใจ แต่ไม่ได้เป็นภาวะร้ายแรงอะไร เกิดจากเซลล์อ่อนด้านในปากมดลูกกระจายออกมาอยู่ที่พื้นผิวปากมดลูก เมื่อไปโดนหรือมีเพศสัมพันธ์ก็จะมีเลือดออกเล็กน้อยได้ ลักษณะปากมดลูกปลิ้นนี้อาจพบได้ในสตรีตั้งครรภ์ หลังคลอด วัยรุ่น หรือการกินยาเม็ดคุมกำเนิด ซึ่งไม่ได้ถือว่าผิดปกติอะไร
  3. ติ่งเนื้อ ที่ปากมดลูก หรือเนื้องอกในโพรงมดลูกยื่นออกมา
  4. ช่องคลอดแห้ง จากการขาดฮอร์โมนหรือภาวะวัยทอง
  5. มีแผลถลอก หรือฉีกขาดที่ปากช่องคลอด หรือด้านในช่องคลอด เช่น แผลเย็บหลังคลอด หลังการผ่าตัด หรือแผลจากการมีเพศสัมพันธ์
  6. เซลล์ปากมดลูกผิดปกติ เป็นระยะก่อนเป็นมะเร็ง หรือมะเร็งปากมดลูก

จะเห็นได้ว่าการมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ มีสาเหตุที่หลากหลายมาก เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะซักประวัติเรื่องประจำเดือน การคุมกำเนิด การตั้งครรภ์ และประวัติทางนรีเวชอื่น ๆ จากนั้นจะได้รับการตรวจภายใน และอาจตรวจอัลตราซาวน์ร่วมด้วย เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

ในส่วนของการรักษา จะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดเลือดออก ซึ่งจะแตกต่างกันไป เช่น การให้ยาฆ่าเชื้อ หรือการตัดติ่งเนื้อ ดังนั้น อย่าลืมให้ประวัติคุณหมอตามตรง เพื่อให้การวินิจฉัยโรคถูกต้อง และได้รับการรักษาที่เหมาะสม

ขอบคุณข้อมูล : โรงพยาบาลเวชธานี

ใครคือ ฌอน บูรณะหิรัญ

ใครคือ ฌอน บูรณะหิรัญ

ฌอน บูรณะหิรัญ พิธีกรและนักพูดสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง โพสต์คลิปลงเฟซบุ๊กขณะไปร่วมโครงการ Climate Festival @North กิจกรรมปลูกต้นไม้ลดปัญหาโลกร้อนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และพูดถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไปร่วมงานเดียวกันว่า

“เมื่อกี้ได้เจอท่านประวิตร มันไม่เหมือนที่เราเห็นในรูปภาพที่อยู่ในมีม ที่เขาหลับและภาพที่ออกมาดูร้ายหน่อย แต่พอได้เห็นตัวจริง เหมือนผู้ใหญ่ที่น่ารัก มันทำให้ผมนึกออกว่า สิ่งที่เราเห็นในสื่อ เขามีเจตนาที่จะทำให้เราคิดอะไรบางอย่าง อย่าเพิ่งตัดสินใคร จนกว่าเราจะได้เจอเขาจริง ๆ ได้คุยกับเขาและสัมผัสกับเขา” จนสร้างความไม่พอใจให้ชาวเน็ตยกใหญ่

แม้ว่า ฌอน บูรณะหิรัญ จะมีชื่อจากการเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ แต่เขาเป็นใครมาจากไหน ไปไล่เรียงดูกัน

ฌอน บูรณะหิรัญ เป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ ที่เผยแพร่มุมมองการใช้ชีวิตในแบบฉบับของเขาผ่านโซเชียลมีเดียทั้งในช่องทางเฟซบุ๊กและยูทูป โดยในขณะนี้ (วันที่ 26 มิ.ย.63) เขามีผู้ติดตามในช่องทางเฟซบุ๊ก Sean Buranahiran – ฌอน บูรณะหิรัญ 3.8 ล้านคน และช่องทางยูทูปใชชื่อเดียวกัน 1.47 ล้านคน

ฌอนมักถ่ายทอดเรื่องราว ประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาของเขา และกลั่นกรองออกมาเป็นคำพูดเชิงสร้างแรงบันดาลใจ สร้างแนวคิดเชิงบวกในการพัฒนาตัวเอง และให้แง่คิดในการใช้ชีวิตในมุมมองของเขา ในทีแรกกลุ่มเป้าหมายในการสื่อสารของเขา ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จึงใช้ชื่อเพจเฟซบุ๊กว่า “ฌอน สอนชายให้เป็นแมน” ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น Sean Buranahiran – ฌอน บูรณะหิรัญ ในปัจจุบัน

แม้การพพูดของฌอนจะเป็นแนวให้กำลังใจ แต่ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดของเขาอยู่เนืองๆ นอกจากนี้ฌอนยังเป็นเจ้าของหนังสือ “51 ศาสตราวุธสู่จุดสูงสุดของชีวิต”

ฌอน เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2534 เขาแนะนำว่าตัวเองนั้นเป็นคนไทยที่เกิดและเติบโตที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งพ่อแม่ของเขาเป็นคนไทยที่ไปทำงานอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ในขณะที่ ฌอน ได้ศึกษาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาถูกเยียดหยามและดูถูกอย่างรุนแรง เนื่องจากเป็นคนเอเชีย เขาจึงเริ่มมีเรื่องชกต่อยบ่อยขึ้นจนถึงขั้นถูกจับเข้าสถานพินิจเยาวชนนานถึง 1 สัปดาห์ เขาผ่านความรุนแรงในสังคมอเมริกาอยู่หลายปี จนอยู่มาวันหนึ่งเขาเริ่มอยากเปลี่ยนตัวเอง อยากมาค้นหาอะไรบางอย่างที่ประเทศไทย เพราะเป็นประเทศที่แท้จริงของพ่อกับแม่เขา

ฌอน ได้เริ่มเรียนภาษาไทยตอนอายุ 22 ปี กับอาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่ออายุได้ 23 ปี เขาก็มาประเทศไทยดังตั้งใจ เริ่มต้นเรียนรู้ทุกอย่าง และเป็นนักพูดในที่สุด ก่อนจะโด่งดังและแทบดับในข้ามคืน

“การเมือง” เรื่องอ่อนไหวคนดัง ถ้ากล้าที่จะแสดงออก ต้องกล้าที่จะยอมรับแรงกดดันสังคม

"การเมือง" เรื่องอ่อนไหวคนดัง ถ้ากล้าที่จะแสดงออก ต้องกล้าที่จะยอมรับแรงกดดันสังคม

ประเด็นการเมือง จากหลายกรณี ชี้ให้เห็นว่า ในประเทศไทย กลายเป็นเรื่องอ่อนไหวสำหรับคนดัง และบุคคลสาธารณะใที่จะแสดงความคิดเห็นทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ อาจจะด้วยการเมืองเป็นสังคมแบบเลือกข้าง มาตั้งแต่ เริ่มการก่อร่างสร้างพรรค

ที่ผ่านมามีการโต้ตอบอย่างดุเดือดมาตลอดโดยเฉพาะในสังคมออนไลน์จนเกิดดราม่า ระหว่างกลุ่มสนับสนุนและฝ่ายตรงกันข้ามรัฐบาล

ล่าสุดกรณีของ “ฌอน บูรณะหิรัญ” ไลฟ์โค้ช นักสร้างแรงบันดาลใจคนดัง เจอมรสุมถล่ม หลังโพสต์คลิปความประทับใจเมื่อเจอตัวจริง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะด้วยความตั้งใจ หรือเจตนารมณ์ใดก็แล้วแต่ แต่การออกมาแสดงความคิดเห็นแบบนี้ แน่นอนว่าต้องยอมรับกับสิ่งที่จะตามมา ในการแสดงความคิดเห็นของคนในสังคม เช่นกัน

  • ก่อนหน้านั้นมีศิลปินคนดังจำนวนไม่น้อย เจอกระแสดราม่าเกี่ยวกับการเมืองเลือกข้าง จากกรณีของ “ทาทา ยัง” เข้าไปแสดงความคิดเห็นเชิงสนับสนุนข้อความในอินสตาแกรม ให้ทำร้ายดักตบ “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ขณะนั้น จนส่งผลกระทบถึงคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 5 ปี แทบจะเงียบเหงา
     
  • หรือกรณีของ “ปั้นจั่น” ปรมะ อิ่มอโนทัย ออกมาระบุไม่ว่ายุคไหนก็มีการสืบทอดอำนาจ ไม่เคยเห็นนักการเมืองคนไหนใช้ชีวิตแบบธรรมดาสักคน จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล ถึงขั้นขู่แบนผลงาน
  • แต่ก้มีอีกหลายกรณีที่ยังอยู่ในกระแสต่อต้านจากสังคมโซเชียลได้อย่าง โจ นูโว หรือแม่กระทั่งดารารุ่นใหญ่หลายคนที่ ยังโลดแล่นในวงการบันเทิง อย่างไม่กระทบอะไร
  • หากมองเป็นเรื่องดีแน่นอนว่ากระแส การตื่นตัวการรับรู้การแสดงตัวตนของคนรุ่นใหม่ในสังคมนั้นชัดเจน และนี่ไม่ต้องมีหลักวิชาการใดมาสนับสนุนให้วุ่นวาย การแสดงออกทางการเมือง หากกล้าที่จะยืนข้างใด ก็ต้องพร้อม ยอมรับผลที่จะตามมา

ครม.เห็นชอบ “ดอยเชียงดาว”เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ เตรียมเสนอ”UNESCO”

ครม.เห็นชอบ "ดอยเชียงดาว"เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ เตรียมเสนอให้ "UNESCO"

23 มิถุนายน นางสาว ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. วันนี้ ได้มีการเห็นชอบให้เสนอพื้นที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลแห่งใหม่ ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) โดยจะต้องเสนอต่อ UNESCO ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้เข้าสู่กรอบการพิจารณาในปี 2564

สำหรับพื้นที่สงวนชีวมณฑล เป็นพื้นที่ระบบนิเวศบนบก ทะเล หรือชายฝั่งทะเล หรือระบบนิเวศทั้งหมด รวมกันที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายของพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ระบบนิเวศ เป็นการส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคมอย่างยั่งยืน และเป็นการศึกษา วิจัย อบรมต่างๆ เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

โดยพื้นที่สงวนชีวมณฑลในประเทศไทยปัจจุบันมีทั้งหมด 4 แห่ง ประกอบด้วย

  • พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา 
  • พื้นที่สงวนชีวมณฑลสวนสัก-ห้วยทาก จังหวัดลำปาง 
  • พื้นที่สงวนชีวมณฑลห้วยคอกม้า จังหวัดเชียงใหม่ 
  • พื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าชายเลนระนอง จังหวัดระนอง 

ทั้งนี้ พื้นที่ดอยเชียงดาวคือสถานที่มีเทือกเขาสูงชัน เป็นภูเขาหินปูน มียอดดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงอันดับ 3 ของประเทศไทย สูงถึง 2,275 เมตร จากระดับน้ำทะเล เดิมถูกเรียกว่า “ดอยอ่างสลุง”

อีกทั้งยังเป็นแหล่งของพืชที่หายากและสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ รวมทั้งยังมีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง และสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างสันติ จึงมีเงื่อนไขที่สอดคล้องกับการเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล

“มะเร็งตับ” โรคใกล้ตัว อ่านแล้วรู้รักษาทัน

"มะเร็งตับ" โรคใกล้ตัว อ่านแล้วรู้รักษาทัน

อาการปวดท้อง โรคทั่วไปที่หลาย ๆ คนเป็นกัน ซึ่งโดยปกติอาจเกิดจากอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ฯลฯ แต่ในทางตรงกันข้าม อาจมีสาเหตุมาจากโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้ เช่น นิ่วในถุงน้ำดี หรือแม้กระทั่งมะเร็งตับ โดยปัจจุบันสามารถป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงด้วยการตรวจสุขภาพตับเป็นประจำปีละ 1 ครั้ง

          นายแพทย์สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า โรคมะเร็งตับถือเป็นโรคใกล้ตัวและพบได้บ่อยมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย เป็นมะเร็งที่มีการเจริญเติบโตของโรคอย่างรวดเร็ว และมักเสียชีวิตภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 – 6 เดือน หากตรวจพบในระยะสุดท้าย

          โรคมะเร็งตับ เกิดจากตับอักเสบเรื้อรังเป็นเวลานาน จนกลายเป็นตับแข็งและมะเร็งตับตามลำดับ โดยปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งตับ ที่พบบ่อยในประเทศไทย คือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี การดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง และไขมันสะสมในตับร่วมกับตับอักเส

โดยทั่วไปแล้วโรคมะเร็งตับจะไม่มีอาการเตือนใด ๆ ที่จะบอกผู้ป่วยว่ากำลังจะเป็นมะเร็งตับ แต่โรคนี้สามารถป้องกันได้หากมีการตรวจกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น มีรูปร่างอ้วนลงพุง, เป็นเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง, มีประวัติการดื่มสุราเรื้อรัง, มีประวัติว่าคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งตับ, และมีอาการตาเหลืองและตัวซีดเหลืองผิดปกติ

            ปัจจุบันเราสามารถตรวจปริมาณพังผืดในเนื้อตับ เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคตับแข็ง และวัดปริมาณไขมันในตับได้ด้วยการตรวจไฟโบรสแกน (Fibroscan)

          ข้อดี ของการตรวจไฟโบรสแกน (Fibroscan)

  1. ไม่เกิดความเจ็บปวด และไม่เป็นอันตรายใดๆ กับร่างกาย
  2. ตรวจง่าย รวดเร็ว ใช้เวลาไม่เกิน 5 – 10 นาที
  3. ทราบผลทันที
  4. อาจรู้สึกสั่นสะเทือนบริเวณผิวหนังที่ปลายหัวตรวจเล็กน้อย
  5. ในกรณีที่ต้องติดตามผลอย่างใกล้ชิด สามารถตรวจซ้ำได้หลายครั้งและปลอดภัย

            “ แนะนำว่าในกลุ่มคนไข้ที่มีความเสี่ยง ควรติดตามพบแพทย์เฉพาะทางโรคตับ และควรมีการคัดกรองมะเร็งตับด้วยการตรวจอัลตราซาวด์ ตรวจเลือด ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ” นพ.สุขประเสริฐกล่าว

นพ.สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ รพ.เวชธานี

ขอบคุณข้อมูล จาก รพ.เวชธานี

พลาดวันนี้รออีก 7 ปี ! ชวนดู “สุริยุปราคา” ในวัน “ครีษมายัน” 21 มิ.ย.

พลาดวันนี้รออีก 7 ปี ! ชวนดู “สุริยุปราคา” ในวัน “ครีษมายัน” 21 มิ.ย.

วันที่ 21 มิถุนายนนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ “สุริยุปราคาบางส่วน” เหนือฟ้าเมืองไทย ช่วงเวลาประมาณ 13:00 – 16:10 น. สังเกตได้ทั่วประเทศ และยังตรงกับ “วันครีษมายัน” (ครีด-สะ-มา-ยัน) (Summer Solstice) เวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด สำหรับประเทศไทย

ในวันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 05:51 น. ตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 18:47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้านานถึง 12 ชั่วโมง 56 นาที ส่งผลให้เป็นวันที่ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ประเทศทางซีกโลกเหนือนับเป็นวันที่เข้าสู่ฤดูร้อน ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้ช่วงกลางวันจะสั้นที่สุด นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว


กลางวัน กลางคืน เกิดจากโลกหมุนรอบตัวเอง ในขณะเดียวกันโลกก็ โคจรรอบดวงอาทิตย์ แกนโลกเอียงทำมุม 23.5 องศา กับแกนตั้งฉากระนาบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้บริเวณ ต่าง ๆ ของโลกในแต่ละช่วงของปีได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน และเกิดเป็นฤดูกาล
ในระยะเวลา 1 ปี โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ จะเกิดปรากฏการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น – ตก

ของดวงอาทิตย์ทั้งหมด 4 ครั้ง ได้แก่ วันครีษมายัน วันที่กลางวันยาวนานที่สุด วันเหมายัน วันที่กลางคืนยาวนานที่สุด วันวสันตวิษุวัตและวันศารทวิษุวัต วันที่มีกลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน
วันที่ 21 มิถุนายน 2563 นับเป็นโอกาสดีที่จะได้สังเกตปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ทั้งสองในวันเดียวกัน


สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน นอกจากจะสังเกตการณ์ได้เองผ่านอุปกรณ์กรองแสงอาทิตย์แล้ว ยังสามารถรับชมถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ จาก 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ : อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา ภาคกลาง : หอดูดาว เฉลิมพระเกียรติฯ ฉะเชิงเทรา และ ภาคใต้ : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ www.facebook.com/NARITpage ตั้งแต่เวลา 13:00 – 16:10

เริ่มแล้ว ! เจ้าหนี้ได้รับคำร้องฟื้นฟูการบินไทย พบมีหนี้สูงถึง 352,494 ล้านบาท

การบินไทย พบมีหนี้สูงถึง 352,494 ล้านบาท

เจ้าหนี้ บางรายได้รับอีเมล์จากศาลล้มละลายกลาง รายละเอียดของคำร้องขอฟื้นฟูกิจการฉบับสมบูรณ์ จำนวน 292 ที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดยระบุว่า ปัจจุบันบริษัทมีภาระหนี้จำนวนแน่นอนรวมกันไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 2,857 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากหนี้สินถึงกำหนดชำระลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ และยังมีหนี้ที่กำลังจะถึงกำหนดชำระอีกจำนวนมาก ทำให้บริษัทมีหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงเป็นเหตุอันสมควรที่ต้องยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการกับศาลล้มละลายกลาง

โดย ณ วันที่ 31 มี.ค. บริษัทแจ้งว่ามีหนี้สิน รวมทั้งสิ้น 352,494 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.หนี้สินหมุนเวียน จำนวน 104,669 ล้านบาท เช่น

เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น 13,642 ล้านบาท ,เงินกู้ยืนระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 3,768ล้านบาท, หนี้สัญญาเช่าเครื่องบิน 7,504 ล้านบาท, หุ้นกู้ 10,085 ล้านบาท,

รายรับด้านขนส่งที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ 18,093 ล้านบาท เป็นต้น และ 2.หนี้สินไม่หมุนเวียน 247,824 ล้านบาท เช่น หนี้เงินกู้ระยะยาวสถาบันการเงิน 4,743 ล้านบาท, หุ้นกู้ 64,023 ล้านบาท, เงินกองทุนบำเหน็จพนักงาน 3,693 ล้านบาท เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทมีสินทรัพย์รวม 349,636 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.สินทรัพย์หมุนเวียน 52,320 ล้านบาท เช่น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 22,947 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียน 17,120 ล้านบาท สินค้าและพัสดุคงเหลือ 4,559 ล้านบาท เป็นต้น และ 2.สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 297,316 ล้านบาท เช่น ลูกหนี้สัญญาเช่า 6,471 ล้านบาท,

เงินลงุทนในบริษัทร่วม 1,234 ล้านบาท, เงินลงทุนในบริษัทย่อย 1,810 ล้านบาท ,ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ 163,848 ล้านบาท, เงินประกันการบำรุงรักษาเครื่องบิน 14,739 ล้านบาท เป็นต้น ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าบริษัทมีภาระหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 2,857 ล้านบาท ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดบล ลูกหนี้มีทรัพย์สินไม่พอกับหนี้สิน

“ดิจิทัล แพลตฟอร์ม” ต่างชาติเตรียมตัว เมื่อครม.ไฟเขียว รีดภาษีมูลค่าเพิ่ม

"ดิจิทัล แพลตฟอร์ม" ต่างชาติเตรียมตัว

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) กับผู้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างประเทศ ที่มีรายรับจากการให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ (e-Service) ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และคณะรัฐมนตรีได้เคยมีมติอนุมัติหลักการ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2561 โดยให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรต่อไป และรับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

ทั้งนี้ การแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นการแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร ซึ่งประกอบกิจการให้บริการโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามประมวลรัษฎากร โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศแก่ผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในประเทศ หากผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ในต่างประเทศมีรายรับจากการให้บริการดังกล่าวเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และให้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

สำหรับกรณีผู้ประกอบการต่างประเทศได้ให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้รับบริการในประเทศไทยผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างประเทศ กำหนดให้รายได้ที่ได้รับจากการให้บริการนั้นเป็นฐานภาษีมูลค่าเพิ่มของดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งหากดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างประเทศมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และให้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อป็นการสนับสนุนให้การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เกิดความเหมาะสมและส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการในประเทศและต่างประเทศ