Daily Archives: 16/11/2020

“คนละครึ่ง” เฟส 3 ชงนายก ฯแล้ว”อาคม”เผยต่อที่ประชุมวุฒิสภา ชี้ผลตอบรับดี รายได้สู่รากหญ้า

"คนละครึ่ง" เฟส 3

คนละครึ่ง เฟส3 ชงนายกแล้ว “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” เผยต่อที่ประชุมวุฒิสภา ระบุผลตอบรับดี-ลงสู่เศรษฐกิจฐานราก

ในที่ประชุมวุฒิสภา ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่…) พ.ศ…. ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบแล้ว โดยสาระของร่างกฎฆมายคือการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศที่และถูกใช้บริการในประเทศไทย ซึ่งไม่ใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน       

ทั้งนี้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา ตอนหนึ่งถึงโครงการคนละครึ่ง ว่า โครงการคนละครึ่งได้รับการตอบสนองด้วยดี ซึ่งตนได้แจ้งไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ถึงการต่ออายุมาตรการ ในระยะสอง และจะมีในระยะสาม เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่เศรษฐกิจฐานราก  ทั้งนี้ในดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจของประเทศ ยอมรับว่าดีขึ้น เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะที่ปัจจัยภายนอก ที่การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบนั้น ยังทำไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์  

นายอาคม  ชี้แจงด้วยว่า ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การเก็บรายได้ไม่ตรงตามเป้าหมาย ซึ่งได้หารือกับหน่วยงานของกระทรวงการคลังต่อการจัดเก็บรายได้ นั้นต้องพิจารณาแผนปฏิรูปภาษี เพื่อเพิ่มศักยภาพการหารายได้ที่ครอบคลุม ได้แก่ การเพิ่มขีดการแข่งขัน, การอำนวยความสะดวก การลดภาระทางธุรกิจที่สนุบสนุนทิศทางในอนาคต, การแพทย์และสาธารณสุข และการบริการสุขภาพ เพื่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี  ซึ่งจะพิจารณามาตรการลดหย่อนต่างๆ ในสังคม นอกจากนั้นจะพิจารณาถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนแปลงภาวะอากาศที่คู่กับการระบาดของโควิด-19  

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร  ชี้แจงต่อข้อสังเกตของสมาชิกวุฒิสภา ในขั้นตอนการปฏิบัติและประสิทธิภาพของการจัดเก็บภาษีผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ที่ไม่ออกใบกำกับภาษี และอำนาจของหน่วยงานที่ไม่ครอบคลุมกิจการของต่างประเทศ ที่อาจเป็นปัญหาของการประเมินภาษีที่จัดเก็บ ด้วยว่า  กรณีที่บริษัทต่างชาติไม่ยื่นแบบ หรือจดทะเบียน นั้นกระบวนการตรวจสอบสามารถทำได้จากข้อมูลทางการเงิน ที่หน่วยงานสามารถออกหมายเรียกจากสถาบันการเงิน ที่รับชำระค่าบริการ ขณะเดียวกันยอมรับว่าการดำเนินการเรื่องดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยขณะนี้หน่วยงานอยู่ระหว่างการเสนอร่างกฎหมายว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ และการบริการอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ            จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติรับร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่…) พ.ศ.. ไว้พิจารณา        ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านั้นที่ประชุมวุฒิสภายังมีลงมติรับร่าง พ.ร.บ. อีก 2 ฉบับไว้พิจารณา คือ ร่างพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….  และ ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. 

สพฐ.ชงข้อสรุปผลกระทบ “เลิก-ไม่เลิก” โอเน็ต

ผลกระทบ “เลิก-ไม่เลิก” โอเน็ต

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ปีการศึกษา 2563 ว่า สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ส่งหนังสือชี้แจงการจัดสอบโอเน็ตมาให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาแล้ว โดยตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ศึกษารายละเอียดถึงผลกระทบทั้งภายนอกและภายในว่าจะมีประเด็นใดบ้างหากไม่มีการจัดสอบโอเน็ต ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3

ส่วนการสอบโอเน็ตชั้น ม.6 ปีการศึกษานี้ยังคงต้องจัดสอบ เนื่องจากผลคะแนนโอเน็ตยังใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประมวลผลเพื่อศึกษาต่อมหาวิทยาลัย อย่างไร ก็ตามตนได้รับรายงานจากนายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.ว่าได้มีการหารือร่วมกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเห็นว่าหาก ศธ.มีนโยบายชัดเจนที่จะยกเลิกการสอบโอเน็ต ม.6 มหาวิทยาลัยก็พร้อมที่จะเปลี่ยนไม่นำคะแนนโอเน็ตมาพิจารณาเข้าศึกษาต่อ

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า วันที่ 16 พ.ย.นี้ จะเสนอผลสรุปในประเด็นที่ สทศ.มีข้อห่วงใยต่อการจัดหรือไม่จัดสอบโอเน็ตว่า สพฐ.จะดำเนินการอย่างไร ถ้าต้องยกเลิกจัดสอบโอเน็ต ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะมีอะไรบ้างในระยะเร่งด่วน สพฐ.จะเสนอข้อสรุปทั้งหมดให้ รมว.ศธ.เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ.

นครปฐม ยกระดับฝีมือ เทคนิคการสอนงานให้บุคลากรในสถานประกอบการและรองรับนักศึกษาฝึกงาน

นครปฐม ยกระดับฝีมือ

สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 16 นครปฐม ยกระดับฝีมือ หลักสูตร เทคนิคการสอนงาน (30 ชั่วโมง) ให้กับบุคลากรในสถานประกอบกิจการ เพื่อเตรียมรองรับการรับนักศึกษาฝึกงานในสถานประกอบกิจการ

นายวิริยะ ทองเหลือ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 16 นครปฐม เปิดเผยว่า สถาบันจัดยกระดับฝีมือ เทคนิคการสอนงาน 30 ชั่วโมง ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบกิจการในการลดหย่อนภาษี ค่าใช้จ่ายในการรับนักศึกษาฝึกงาน

โดยครูฝึกประจำสถานประกอบกิจการจะต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร เทคนิคการสอนงาน 30 ชั่วโมง และต้องมีใบกระกาศรับรอง จึงจะเข้าเกณเงื่อนไขในการรับสิทธิประโยชน์ ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่องคุณสมบัติของครูฝึกเตรียมเข้าทำงาน ซึ่งครูฝึกต้องได้รับวุฒิบัตรมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพที่ฝึก หรือ สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวกับสาขาอาชีพที่ฝึก หรือ และสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงหรือเทียบเท่าขึ้นไปในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพที่ฝึกไม่น้อยกว่าสองปี

ในกรณีที่ไม่มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาอาชีพที่ฝึก ครูฝึกต้องมีคุณสมบัติตามข้อ 1 (2) หรือ ข้อ 2 (3) หรือต้องมีคุณสมบัติ สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาขาอาชีพที่ฝึก และมีประสบการณ์ในการทำงานที่เกี่ยวกับสาขาอาชีพที่ฝึกไม่น้อยกว่าสี่ปี หรือ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่สาม หรือเทียบเท่าขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับสาขาอาชีพที่ฝึกไม่น้อยกว่าเจ็ดปี หรือ สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา หรือเทียบเท่าขึ้นไป และมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับสาขาอาชีพที่ฝึกไม่น้อยกว่าสิบปี หรือ

ต้องมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพที่ฝึก โดยสาขาอาชีพนั้นต้องเป็นสาขาอาชีพที่ขาดแคลน หรือเป็นสาขาอาชีพที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งนี้ โดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ข้อ 3 ผู้ที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ 1 และ 2 ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการสอนไม่น้อยกว่าสาสินชั่วโมง เว้นแต่มีประสบการณ์ในการสอนไม่น้อยกว่าหกเดือนอีกด้วย

ตรวจสอบเงินประกันรายได้เกษตร จ่ายส่วนต่าง “ประกันราคาข้าว” งวดแรกวันนี้

รายได้เกษตร "ประกันราคาข้าว"

ตรวจสอบเงินประกันรายได้เกษตร จ่ายส่วนต่าง “ประกันราคาข้าว” งวดแรกวันนี้ เช็คที่นี่

ตามที่ รัฐบาล ได้อนุมัติ โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 รอบที่ 1 มีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร 8.79 แสนครัวเรือน ซึ่ง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะโอนเงินให้กับธนาคารแต่ละสาขา วันนี้ (16 พ.ย.) งวดแรก

“รัชดา ธนาดิเรก” รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยวันนี้ (16 พ.ย.) ว่า รอรับได้เลย #ธกส แจ้งโอนเงินส่วนต่าง #ประกันรายได้ ผู้ปลูกข้าว งวดแรก วันนี้ (16 พ.ย.) เข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ในงวดนี้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวแต่ละชนิดจะได้รับเงินส่วนต่างสูงสุด เช่น – ข้าวเปลือกเจ้า รับเงินส่วนต่างสูงสุด 36,670 บ. – ข้าวเหนียว รับเงินส่วนต่างสูงสุด 33,349 บ.

ทั้งนี้ รัฐบาลพร้อมจ่ายเงินประกันรายได้ข้าว ปี63/64 งวดแรก 16 พ.ย.นี้ ช่วยชาวนาได้ทันที

กระทรวงพาณิชย์ แจ้งโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี2563/64 (รอบที่ 1) พร้อมจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างงวดแรกวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ สามารถช่วยเกษตรกรผู้ปลูกข้าวแต่ละชนิดได้รับเงินส่วนต่างสูงสุด ดังนี้

1.ข้าวเปลือกหอมมะลิ ประกันรายได้ตันละ 15,000 บาท (ไม่เกิน 14 ตัน) ได้ส่วนต่างตันละ 2,911 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุดถึง 40,756 บาท

2.ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ประกันรายได้ตันละ 14,000 บาท (ไม่เกิน 16 ตัน) ส่วนต่างตันละ 2,137 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุดถึง 34,199 บาท

3.ข้าวเปลือกเจ้า ประกันรายได้ตันละ 10,000 บาท (ไม่เกิน 30 ตัน) ส่วนต่างตันละ 1,222 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 36,670 บาท

4.ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ประกันรายได้ตันละ 11,000 บาท (ไม่เกิน 25 ตัน) ส่วนต่างตันละ 1,066 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุดถึง 26,674 บาท

5.ข้าวเหนียว ประกันรายได้ตันละ 12,000 บาท (ไม่เกิน 16 ตัน) ส่วนต่างตันละ 2,084 บาท รับเงินส่วนต่างสูงสุด 33,349 บาท
นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีเงินสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพข้าว ไร่ละ 1,000 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 20 ไร่ รวมครัวเรือนละไม่เกิน 20,000 บาท โดยแบ่งเป็น 2 งวด งวดละ 500 บาท

เกษตรกรที่เป็นชาวนา สามารถเช็ค ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. โอนเงินได้แล้ว กดที่ลิงค์ https://chongkho.inbaac.com/  กรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ถ้าเงินเข้าระบบจะแจ้งโอนเรียบร้อย แต่ถ้ายังไม่เข้าให้รอข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่ง ธ.ก.ส. จะทำการโอนให้เสร็จสิ้นภายใน 3 วันทำการ หรือ สมัครเช็คเงินเข้า-ออก ผ่านไลน์แอดได้ที่ @baacfamiy หรือตรวจสอบการโอนผ่านช่องทางการปรับสมุดเงินฝาก, ATM แอพพลิเคชัน A mobile ไปพลางก่อน

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. มีมติอนุมัติให้ รวมวงเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกร แยกเป็น ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 พร้อม 3 มาตรการคู่ขนาน และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพชีวิตผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2563/64 วงเงิน 5.1 หมื่นล้านบาท

ธ.ก.ส. พร้อมจ่ายเงินตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 รอบที่ 1 แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี และข้าวเปลือกเหนียว เพื่อช่วยเหลือด้านรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกว่า 4.04 ล้านราย วงเงินกว่า 18,000 ล้านบาท ดีเดย์วันแรก 16 พฤศจิกายนนี้กว่า 870,000 ราย เป็นเงินกว่า 9,200 ล้านบาท

นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/64 (รอบที่ 1) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและป้องกันความเสี่ยงด้านราคาไม่ให้ประสบปัญหาขาดทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาราคาข้าว โดยกลไกตลาดยังคงทำงานเป็นปกติภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 18,096 ล้านบาท จำนวนเกษตรกรที่จะได้รับประโยชน์กว่า 4.04 ล้านราย

โดยประกันรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว 5 ชนิด ได้แก่
ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละ ไม่เกิน 14 ตัน
ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน
ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน
ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน
และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน

กรณีเกษตรกรปลูกข้าวมากกว่า 1 ชนิด จะได้สิทธิไม่เกินจำนวนสูงสุดของข้าวแต่ละชนิด และเมื่อรวมกันต้องไม่เกินขั้นสูงชนิดข้าวที่ก าหนดไว้สูงสุด โดยมีการก าหนดราคาอ้างอิงและระยะเวลาที่ใช้สิทธิขอชดเชย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 31 ตุลาคม 2563 (ยกเว้นภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2563 – 28 กุมภาพันธ์2564) ซึ่งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงครั้งแรกวันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 เพื่อใช้ในการชดเชยส่วนต่างตามโครงการฯ ความชื้นข้าวเปลือกแต่ละชนิด ไม่เกิน 15%

โดยวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ได้ชดเชยส่วนต่างราคาประกันข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 2,911.17 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 2,137.45 บาท ข้าวเปลือกเจ้า 1,222.36 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 1,066.96 บาท และข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 2,084.34 บาท มีเกษตรกรที่มีคุณสมบัติถูกต้องได้รับเงินทั้งสิ้น 871,869 ราย เป็นเงิน 9,298 ล้านบาท จากนั้นจะประกาศราคาอ้างอิงทุก ๆ 7 วัน จนถึงวันสิ้นสุดโครงการฯ

สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกรจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2563/64 รอบที่ 1 กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และต้องแจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว เพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วงเวลาที่เกษตรกรจะได้รับสิทธิชดเชย โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจัดส่งข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำแนกตามช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยวและค านวณปริมาณผลผลิต โดยใช้พื้นที่ทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวแต่ละชนิดคูณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เป็นปริมาณผลผลิตที่ต้องชดเชย แต่ต้องไม่เกินปริมาณที่ก าหนดไว้ข้างต้น ส่งให้ธ.ก.ส. เพื่อเป็นข้อมูลในการจ่ายเงินจากนั้น ธ.ก.ส. จะด าเนินการจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ภายใน 3 วัน นับจากวันที่ได้รับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในแต่ละรอบจากคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่าน LINE Official BAAC Family กรณีที่ลูกค้าสมัครใช้บริการ BAAC Connect