สรุปเหตุการชุมนุม ศูนย์เอราวัณรายงานเจ็บจากเหตุปะทะ 55 ราย โดนยิง 6 ราย

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และน้ำผสมแก๊สน้ำตา ยิงสกัดผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วง 14.30 น. วันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา พร้อมทั้งยังเกิดเหตุความวุ่นวายบริเวณสี่แยกเกียกกาย หลังจากเจ้าหน้าที่ถอนกำลัง ทำให้ผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง และกลุ่มคณะราษฎร เกิดการปะทะและขว้างปาสิ่งของใส่กันอยู่พักใหญ่

ศูนย์เอราวัณ รายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บล่าสุดจากการตรวจสอบ พบว่า มีผู้บาดเจ็บรวม 55 ราย โดยแบ่งเป็นอาการบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา 32 ราย ถูกยิง 6 ราย โดยแบ่งเป็นเข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.วชิรพยาบาล 37ราย รพ.พระมงกุฎ 5 ราย รพ.พระรามเก้า 4 ราย รพ.ราชวิถี 4 ราย รพ.รามา 1ราย รพ.เพชรเวช 1ราย รพ.กลาง 1 ราย รพ.เลิดสิน 1 ราย รพ.มิชชั่น 1 ราย รวม 55 ราย

ในจำนวนผู้บาดเจ็บแบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ 2 ราย ที่เหลือเป็นประชาชน โดยยังรักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่ 4 ราย บาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา 32 ราย ถูกยิง 6 ราย

กลุ่มราษฎรประกาศยุติการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาไปแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. หลังเห็นว่าการประชุมเพื่อพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มีการปิดการประชุมไปแล้ว และมีทีท่าว่าไม่รับร่างของภาคประชาชน หรือร่างของกลุ่มไอลอว์ และนัดชุมนุมกันใหม่วันนี้ ( 18 พ.ย. ) 16.00 น. ที่ราชประสงค์ ซึ่งจะเป็นการยกระดับการชุมนุม  

โดยการชุมนุมของกลุ่มราษฎร 17 พฤศจิกายน 63 ตลอด 7 ชั่วโมงวันนี้ที่รอบรัฐสภา เกิดการกระทบกระทั่งขึ้นระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ และกับกลุ่มปกป้องสถาบัน ทำให้วันนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ  ส่วนกลุ่มไทยภักดี นำโดย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้ากลุ่มไทยภักดี ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขรัฐนูญ ไม่ว่าจะเป็นของฝ่ายค้าน รัฐบาล หรือไอลอว์ ชี้เป็นผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มหรือนักการเมืองเท่านั้น และจะเป็นการล้มล้างการปกครอง ชี้ถ้าจะแก้ควรแก้เป็นรายมาตรา ไม่ใช่แก้ทั้งฉบับ  

และในเวลา 10.30 น. กลุ่มไทยภักดีได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้รับข้อเรียกร้องไปพิจารณา โดยบอกว่าให้ใช้กลไกของวุฒิสภายับยั้งไม่ลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ  

จนช่วงบ่ายมีการฉีดน้ำแรงดันสูงและน้ำผสมแก๊สน้ำตาสลายฝูงชนอย่างต่อเนื่อง โดยกองกำลังตำรวจนับสิบกองร้อย มีการตั้งแบริเออร์ปิดถนนเข้าออกรอบรัฐสภาพร้อมรั้วลวดหนาม เพื่อป้องกันการชุมนุมเข้ามาในพื้นที่รัฐสภา   

กระทั่ง 17.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ถอยร่นกำลังจากแยกเกียกกายไปยังถนนสามเสน ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถเข้าพื้นที่ได้ แต่เนื่องจากที่แยกเกียกกายยังหลงเหลือกลุ่มไทยภักดีอยู่ ทำให้เกิดเหตุปะทะ ขว้างปาสิ่งของใส่กัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย  

ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรี ปิยะ ต๊ะวิชัย เผย ที่ต้องฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมเพราะมีความพยายามรื้อแนวกั้นของตำรวจ บริเวณถนนทหาร แยกเกียกกาย มีการประกาศเตือนผู้ชุมนุมแล้วแต่ไม่ฟัง พร้อมยืนยันว่าห้ามผู้ชุมนุมเข้าใกล้รอบพื้นที่รัฐสภาในระยะ 50 เมตร และจะไม่อนุญาตให้กลุ่มใดค้างคืน  

จนช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.ที่แยกเกียกกายก้ได้เกิดเหตุปะทะอีครั้ง จากทางฝั่งการ์อาชีวะ การ์ดกลุ่มราษฎร และการ์ดเสื้อเหลือง ซึ่งจุดนี้มีเสียงดังคล้ายปืนและประทัดเกิดขึ้นหลายครั้ง โดยกลุ่มราษฎรกล่าวว่า พบมีระเบิดปิงปอง ซึ้งในเหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บหลายราย ซึ่งต้องรอตรวจสอบทั้ง 2 ฝ่ายอีกครั้ง