“มารีญา” แจ้งความ ปอท.ล่าตัวเอาผิดคนตัดต่อภาพให้เสียหายรวมทั้งคนแชร์ด้วย

มารีญา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2560 แจ้งความ ปอท.ล่าตัวเอาผิดคนตัดต่อภาพให้เสียหายรวมทั้งคนแชร์ด้วย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่ บก.ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) น.ส.มารีญา พูลเลิศลาภ อายุ 28 ปี มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2560 เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท./โฆษก บก.ปอท. และ ร.ต.อ.ณัฐไชยเฉลิม วงศ์ใหญ่ รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. แจ้งความเอาผิดบุคคลที่เป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก รวมทั้งคนแชร์ จำนวน 8 ราย ที่ลงภาพตัดต่อเธอกับข้อความที่สร้างความเสียหาย

น.ส. มารีญา กล่าวว่า มีความเชื่อว่า ทุกคนสามารถมีความเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่จะมาเปลี่ยนข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อมาบั่นทอนจิตใจกัน ไม่เห็นด้วย ยอมรับว่า เศร้าและสะเทือนใจ กับคำด่าทอกับสิ่งที่ไม่เป็นความจริง พร้อมขอบคุณคนที่เข้าใจและสนับสนุนตนเอง และหลังจากนี้ ยืนยันว่าจะโพสต์เรื่องราวต่างๆต่อ หากเป็นเรื่องที่ดี แต่จะดำเนินการอย่างระมัดระวังและรอบคอบมากยิ่งขึ้น

น.ส.มารีญา ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ที่มีการโพสต์รูปดังกล่าวในเฟซบุ๊ก จำนวน 8 บัญชี พร้อมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์จะได้ไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก ไม่ว่าจะเป็นตัวเองหรือบุคคลอื่น

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นให้พนักงานสอบสวน ตรวจสอบเฟซบุ๊กที่มีการตัดต่อภาพและแชร์ข้อมูลรูปดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ทราบตัวบุคคล เบื้องต้นมีทั้งเฟซบุ๊กส่วนตัวและเพจอวตาร เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย พร้อมฝากไปยังประชาชน ว่าการกระทำกระทำในลักษณะดังกล่าว ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 16 เรื่องของผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อันที่เป็นภาพการนำภาพมาตัดต่อ ดัดแปลง ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง มีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ขณะเดียวกันยังเข้าข่าย หมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

ฝากเตือนสติพี่น้องประชาชนระมัดระวังในเรื่องการโพสต์-การแชร์ในโลกโซเชียล ในช่วงเวลาที่มีความเห็นต่างทางการเมือง เข้าใจว่าทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่ให้ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนว่า ข้อมูลที่ได้รับเป็นความจริงหรือไม่และจะทำให้ผู้อื่นเสียหายหรือไม่ ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นหรือแชร์ข้อมูล และไม่ควรทำอะไรที่เป็นการเพิ่มความขัดแย้งในสื่อสังคมออนไลน์ เพราะนอกจากอาจจะผิดกฎหมายแล้วยังเป็นการเพิ่มความขัดแย้ง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพิ่มกระแสความเกลียดชังของผู้เห็นต่างทางการเมืองขึ้นไปอีกซ้ำเติมสถานการณ์ไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติได้