Daily Archives: 14/10/2020

เวียดนาม สังเวยน้ำท่วม 40 ศพ รับมือพายุอีกลูก โซนร้อนกำลังแรง ‘นังกา’ วันนี้

พายุโซนร้อน‘นังกา’

เวียดนามเตรียมรับมือพายุโซนร้อนกำลังแรง ‘นังกา’ จ่อขึ้นฝั่งทางภาคเหนือของประเทศ เตือนฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง หลังพายุโซนร้อนหลิ่นฟา สังเวยอย่างน้อย 40 ศพ ทั้งในเวียดนาม กัมพูชา

วันที่ 14 ต.ค.พายุโซนร้อนกำลังแรง นังกา เตรียมขึ้นฝั่งบริเวณภาคเหนือ-กลางของเวียดนาม ในวันนี้ (14 ต.ค.) ซ้ำเติมสถานการณ์อุทกภัยในประเทศ จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนหลิ่นฟา ที่เพิ่งขึ้นฝั่งทางภาคกลางของเวียดนามและพัดผ่านกัมพูชาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา

ก่อให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ดินสไลด์ในหลายพื้นที่ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในเวียดนามแล้วอย่างน้อย 28 ศพ และที่กัมพูชา 11 ศพ สูญหายอีกหลายสิบคน ขณะที่มีบ้านเรือนประมาณ 25,000 หลัง พังและได้รับความเสียหาย พืชผลการเกษตรถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 2 แสนไร่

รายงานระบุว่า พายุโซนร้อนนังกา ซึ่งมีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางพายุอยู่ที่ประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้ามายังเวียดนาม คาดว่าจะก่อให้เกิดฝนตกหนักทั่วภาคเหนือและภาคกลางของเวียดนาม จนอาจวัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 400 มิลลิเมตร ในช่วงวันที่ 14-16 ต.ค.นี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ศูนย์จัดการภัยพิบัติเวียดนามแจ้งว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกว่า 130,000 หลัง และมีคนงานที่เขื่อนแห่งหนึ่งยังสูญหายหลังเกิดดินสไลด์อีก 13 ราย

ด้านนายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุกของเวียดนาม ได้มีคำสั่งให้กระทรวงกลาโหมส่งกำลังทหารลงพื้นที่ที่เกิดดินสไลด์เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัย ขณะที่ทางการเวียดนามได้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนนังกาที่กำลังจะขึ้นฝั่งในวันนี้ (14 ต.ค.63)

คณะราษฏรเคลื่อนขบวน ราชดำเนิน ผ่านจุดสกัดผ่านฟ้า ขณะที่ผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายตะโกนด่ากันลั่น

คณะราษฏรเคลื่อนขบวน

การณ์ชุมนุมของคณะราษฏร 2563 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้น

ล่าสุดเวลา 14.27 น. นายอานนท์ นำภา พร้อมแกนนำคณะราษฏร ได้ขึ้นรถขบวนประกาศเคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปตามถนนราชดำเนินมุ่งหน้าไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยมีการ์ดคล้องแขนเป็นแนวกั้น พร้อมตะโกนไล่ประยุทธ์ออกไป .

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกลุ่มประชาชนใส่เสื้อเหลืองยืนเรียงรายอยู่ตลอดเส้นทางทั้งสองฝั่งถนนราชดำเนิน และเมื่อมาถึงจุดสะพานผ่านฟ้า เจอจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางตัวแทนจึงมีการเจรจาเพื่อขอเปิดทาง

ขณะที่ตำรวจได้ปิดกั้น สะพานผ่านฟ้าก่อนมีการเจรจาและเปิดเส้นทาง ให้ใช้ทางเดืนถนนพิษณุโลก เพื่อเลี้ยงกลุ่มเสื้อเหลือง

ทีโอที ยกระดับมาตรฐานองค์กร ป.ป.ช.ยกหนึ่งในหน่วยงานคุณธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้

ทีโอที

ทีโอที ยกระดับความโปร่งใสในการปฎิบัติตามมาตรฐาน ITA เสริมสร้างคุณธรรมและธรรมาภิบาล ภายในองค์กร ขณะที่ ป.ป.ช. เปิดคะแนนคุณธรรม-ความโปร่งใสภาพรวมหน่วยงานรัฐ ทีโอที เป็น 1 ใน 13% ของหน่วยงานภาครัฐ ที่ผ่านเกณฑ์ประเมิน ITA ปี 2563 นี้ ในระดับ A

​นายมรกต เธียรมนตรี รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า การประเมินคุณธรรมและ ความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)

เป็นการประเมินที่มีจุดมุ่งหมายที่ก่อให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงด้านคุณธรรมและความโปร่งใสสำหรับการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐทั่วประเทศ โดยตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561

มีมติเห็นชอบให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานต้องให้ความร่วมมือและเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2561-2564

โดยใช้แนวทางและเครื่องมือการประเมินตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด และการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ได้ถูกกำหนดไว้ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (พ.ศ. 2561 – 2580) ซึ่งมีผลผูกพันให้หน่วยงานภาครัฐทุกแห่งจะต้องเข้าร่วมการประเมินตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ไปจนถึงปี พ.ศ. 2580


นายมรกต เธียรมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทีโอที เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 (พ.ศ.2560-2564)

โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2563 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้จัดงาน ITA DAY 2020 – Talks and Result Announcement พร้อมทั้งจัดเวทีสนทนาและประกาศผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2563

ซึ่ง ป.ป.ช. เปิดคะแนนคุณธรรมความโปร่งใสภาพรวมหน่วยงานรัฐ โดย ทีโอที เป็น 1 ในหน่วยงานภาครัฐ จำนวน 13%ที่ผ่านเกณฑ์ประเมิน ITA ปี 2563 นี้ ในระดับ A (89.46 คะแนน) อยู่ในลำดับที่ 4 ของกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของผู้บริหารและพนักงาน ทีโอที ที่ให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี ทำให้ ทีโอที สามารถก้าวสู่องค์กรดิจิทัลที่มีคุณธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ และจะยังคงรักษามาตรฐานให้ดียิ่งขึ้นไปอีกทั้งในปัจจุบันและอนาคต

แต่มีบางประเด็นที่ได้คะแนนไม่สูงนัก ซึ่งในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity Transparency and Assessment : ITA) ประจำปี 2563 ทีโอที
ให้ความสำคัญและอธิบายชี้แจงให้ผู้เกี่ยวข้องทราบถึงกระบวนการทำงานของ ทีโอที เช่นเรื่องจัดซื้อจ้าง การให้บริการตามมาตรฐานที่กำหนด เป็นต้น ทีโอที ให้ความสำคัญกับผลการประเมิน ITA อย่างมากเพราะจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับองค์กรภายนอกและประชาชนทั่วไปทราบถึงการบริหารงานภายใน ทีโอที ที่มีคุณธรรมและโปร่งใส ตามหลัก
ธรรมาภิบาล รวมทั้งมีการดำเนินตามนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น

เปิดขั้นตอน ‘ว่างงาน’ ลงทะเบียนขอรับ ‘เงินชดเชย’ จากประกันสังคม

'ว่างงาน' ลงทะเบียนขอรับ 'เงินชดเชย'

เปิดขั้นตอน สำหรับผู้”ว่างงาน” ซึ่งประกันตนใน “กองทุนประกันสังคม” ที่จ่ายเงินสมทบในส่วนของกรณีว่างงานมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน สามารถขอรับเงินชดเชยระหว่างว่างงานได้ เมื่อทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

ประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับเมื่อตกอยู่ในสถานะ “ว่างงาน” ในกรณีเลิกจ้าง/ลาออกปกติ รวมถึงขั้นตอนการขึ้นทะเบียนว่างงานในช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์ ดังนี้

– ต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วันนับแต่วันที่ว่างงาน โดยไม่ต้องรอหนังสือรับรองการออกจากงาน เพื่อเป็นการแสดงสิทธิ์ในเบื้องต้น

– มีความสามารถในการทำงาน และพร้อมที่จะทำงานที่เหมาะสมตามที่จัดหาให้

– ต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน

– ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่สำนักจัดหางาน ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง

 ผู้ที่ว่างงานต้องไม่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากกรณี ดังต่อไปนี้ ทุจริตต่อหน้าที่ กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในกรณีร้ายแรง ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร ประมาทเลินล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา 

– ต้องมิใช่ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ

– มีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 นับแต่วันว่างงานจากการทำงานกับนายจ้างรายสุดท้าย

– ไม่เป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 39

  •  ประโยชน์ทดแทนที่จะได้รับ 

– กรณีถูกเลิกจ้าง ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท จะได้รับเดือนละ 5,000 บาท

– กรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนดระยะเวลา ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท จะได้รับเดือนละ 3,000 บาท

– เมื่อผู้ประกันตนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (ลาออก) สามารถใช้สิทธิประกันสังคมต่อได้อีก 6 เดือน โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่าย (กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพและกรณีเสียชีวิต) และประโยชน์ทดแทนทุกกรณีเมื่อมีสิทธิต้องยื่นเรื่องรับเงินภายใน 1 ปี เว้นแต่ กรณีว่างงานผู้ประกันตนจะต้องยื่นขึ้นทะเบียนว่างงานที่สำนักงานจัดหางานของรัฐ ต้องยื่นสิทธิภายใน 30 วัน หลังจากถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงาน หากยื่นสิทธิเกินกว่า 30 วัน จะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง และหากยื่นสิทธิเกินวันที่จะได้รับสิทธิไปแล้ว จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน

ทั้งนี้ ในกรณียื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพราะเหตุถูกเลิกจ้าง หรือเหตุถูกเลิกจ้างและลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างเกินกว่า 1 ครั้ง ภายใน 1 ปีปฏิทิน ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนทุกครั้ง รวมกันไม่เกิน 180 วัน แต่ในกรณียื่นขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเพราะเหตุลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง เกินกว่า 1 ครั้ง ภายใน 1 ปีปฏิทิน ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนรวมกันไม่เกิน 90 วัน

  •  ขั้นตอน “ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน กรณีว่างงาน” ในช่องทางออนไลน์ 

1. เข้าเว็บไซต์ของ กรมการจัดหางาน (empui.doe.go.th)

2. “ลงทะเบียนเข้าใช้งาน” สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนว่างงาน และยังไม่มีรหัสผ่านเข้าใช้ระบบ

3. ทำตาม 4 ขั้นตอนหลักจนครบถ้วน

  • ขั้นตอนที่ 1 อ่านข้อตกลงของการใช้บริการ ก่อนกดขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบเลขบัตรประจำตัวประชาชน
ขั้นตอนที่ 3 กรอกข้อมูลส่วนตัว

บันทึกการลงทะเบียน 

4. ผู้ประกันตนฯ จะได้รับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน และวันที่นัดรายงานตัวของผู้ประกันตน ซึ่งสามารถพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ได้

  1. พิมพ์เอกสาร ดังนี้
  • ใบนัดรายงานตัว
  • แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน (สปส.2-01/7)

6. ยื่นที่สำนักงานประกันสังคม

โดยเอกสารที่ต้องเตรียมคือ แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) ที่กรอกรายละเอียดครบถ้วน

– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประกันตน

– สำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อผู้ประกันตน

 ขั้นตอน “ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน กรณีว่างงาน” เดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตนเอง 

1. ต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานที่สำนักจัดหางาน กรมการจัดหางาน

2. กรอกแบบฟอร์มใบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน พร้อมด้วยหลักฐานดังนี้

– บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

– รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 1 รูป (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)

3. กรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน พร้อมด้วยหลักฐานดังนี้

– หนังสือรับรองการออกจากงาน หรือสำเนาแบบแจ้งการออกจากงาน (สปส 6-09) หรือ หนังสือหรือคำสั่งของนายจ้างที่ให้ออกจากงาน สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชี

4. เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานทำการสัมภาษณ์/ตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติการทำงาน

5. เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานทำการเลือกตำแหน่งงานว่างให้เลือก 3 แห่ง ให้ผู้ประกันตนกรณีว่างงานได้พิจารณา

หากยังไม่มีงานที่เหมาะสม เจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานจะประสานงานส่งฝึกอบรมแรงงานตามความจำเป็น แต่หากผู้ประกันตนกลับเข้าทำงานในสถานประกอบการ หรือปฏิเสธงานหรือปฏิเสธการฝึกงานที่จัดหาให้และไม่ไปรายงานตัวตามที่กำหนด สำนักงานประกันสังคมจะงดจ่ายประโยชน์ทดแทนทันที

6. เจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกสถานะผู้ประกันตนกรณีว่างงานเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง

7. เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมดึงข้อมูลผู้ประกันตนกรณีว่างงานขึ้นมาวินิจฉัยตามเงื่อนไขการเกิดสิทธิ

8. เมื่อคุณสมบัติครบถ้วน สำนักงานประกันสังคมทำการโอนเงินทดแทนการขาดรายได้ตามสิทธิให้ผู้ประกันตน ผ่านทางบัญชีธนาคารของผู้ประกันตน เดือนละ 1 ครั้ง

9. หากผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนไม่พอใจคำสั่งจ่ายประโยชน์ทดแทน สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามด้วยตนเองที่สํานักงานประกันสังคมทุกแห่ง หรือโทรศัพท์ 02-4558989 ต่อ 215 , 220 , 221 แฟกซ์ 02-4554898 ,02-4554896

บุกเดี่ยว จี้ชิงทองในบิ๊กซี ย่านรัตนาธิเบศร์ ผู้ก่อเหตุยังหลบหนี

บุกเดี่ยว จี้ชิงทอง

เกิดเหตุจี้ชิงทองในห้างบิ๊กซี ย่านรัตนาธิเบศร์ เบื้องต้นยังไม่ทราบจำนวนและน้ำหนักทอง โดยผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางถนนรัตนาธิเบศร์ ขาออก

วันนี้ (14 ต.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.50 น. เกิดเหตุชิงทรัพย์ร้านค้าทองออโรร่า ภายในห้างบิ๊กซี ย่านรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระาอ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยผู้ก่อเหตุเป็นชาย 1 คน ผิวดำแดง สวมเสื้อสีกรมท่า กางเกงยีนส์ สวมผ้าปิดปาก ใช้ปืนเป็นอาวุธ

ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ สอบปากคำพนักงานและผู้เห็นเหตุการณ์ พร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าผู้ก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่น Wave 110i สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน หลบหนีไปทางถนนรัตนาธิเบศร์ ขาออก โดยสวมหมวกแก๊ปสีดำ และคาดแมสสีดำปกปิดใบหน้า

เบื้องต้น พนักงานในร้านทองให้การกับตำรวจว่า ผู้ก่อเหตุได้ทรัพย์สินเป็นแหวนทองคำ น้ำหนัก 1 สลึง จำนวน 10 วง ก่อนหลบหนีไป

‘อานนท์’ เตรียมเคลื่อนม็อบบุกทำเนียบ บ่าย 2 วันนี้

'อานนท์' เตรียมเคลื่อนม็อบบุกทำเนียบ บ่าย 2 วันนี้

การชุมนุมของกลุ่ม “คณะราษฎร” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ล่าสุดมีการนัดเวลาใหม่ เลื่อนเวลานัดหมายจากเดิมในช่วงเวลา 14.00 น. เป็น 08.00 น. พร้อมเตรียมเคลื่อนม็อบไปทำเนียบ

14 ตุลาคม 2563 บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้ากลุ่มมวลชนทยอยเดินทางมาปักหลักที่บริเวณรอบพื้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีกำหนดว่าจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลเมื่อใด จากเดิมที่กำหนดไว้ในเวลา 16.00 น. ส่วนรอบพื้นที่การชุมนุมเริ่มมีการติดป้ายไวนิลมีข้อความแสดงจุดยืนการชุมนุม รวมถึงเริ่มมีการนำสินค้าที่เป็นสัญลักษณ์ประชาธิปไตยนำมาวางขาย

กระทั่งเวลา 08.40 น. นายอานนท์ นำภา แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่ม “คณะราษฎร” ได้ปราศรัยบนเวทีว่า การชุมนุมวันนี้จะไม่เหมือนวันที่ 13 ต.ค. ขอให้ชุมนุมโดยสงบ หากเกิดอะไรขึ้นจะไม่มีการปะทะ แต่จะใช้สันติวิธี ส่วนสาเหตุที่มาชุมนุมก่อนกำหนด เพราะทราบมาว่าจะมีการนำมวลชนมาในพื้นที่แล้วจะมาปะทะทำให้เกิดความวุ่นวายและทำลายความน่าเชื่อถือของเรา 

ดังนั้นหากมีใครมาสร้างสถานการณ์ หรือยั่งยุขอให้แจ้งการ์ดที่มาจากนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้รับทราบทันที นอกจากนี้จะมีการปิดถนนในฝั่งแมคโดนัลด์เท่านั้น แต่ไม่มีการข้ามฝั่งไปปะทะกับมวลชนกลุ่มอื่น

จะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริหารราชการแผ่นดินได้อีกต่อไป วันนี้พวกเราจะไม่ปะทะเด็ดขาด แต่จะใช้สันติวิธีให้มากที่สุด

อดีตพระพุทธอิสระ นำม็อบเสื้อเหลืองชุมนุมราชดำเนิน

นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ อดีตพระพุทธอิสระ ประกาศกับกลุ่มมวลชนเสื้อเหลือง ขอความร่วมมือไม่ให้โห่ร้อง หรือแสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะเคลื่อนขบวนผ่านเส้นทางเฝ้ารับเสด็จ โดยให้ใช้คำว่าสาธุเพื่อเป็นการให้กำลังแทน

ตำรวจเจรจาแกนนำ ม็อบ14 ตุลา เลี่ยงเส้นทางไปทำเนียบ หวั่นชนม็อบเสื้อเหลือง .

พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เข้าพูดคุยกับนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มที่่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎร เพื่อหารือเรื่องเส้นทางการเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล รวมถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยขณะเคลื่อนขบวน.

โดยทางตำรวจนครบาลจะขอความร่วมมือให้ขบวนเคลื่อนไปทางถนนนครสวรรค์ ไปยังแยกนางเลิ้ง และเลี้ยวซ้ายไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับอีกฝ่าย .ทั้งนี้ ยังไม่ได้รับการยืนยันจากฝั่งแกนนำผู้ชุมนุมว่าจะเคลื่อนขบวนไปเส้นทางใด

ขึงลวดหนาม บริเวณสะพานอรทัย ทางเข้าทำเนียบ

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำร้ัวลวดหนาว แท่งแบริเออร์ และรถประจำทาง มาตั้งกีดขวางเส้นทางรอบทำเนียบรัฐบาลและถนนราชดำเนิน เชื่อต่อสะพานผ่านฟ้า