Daily Archives: 21/09/2020

บิ๊กแดง เปิดใจก่อนเกษียณ ชินแล้วถูกด่า ชี้ วาทกรรมตนคือเรื่องจริง

บิ๊กแดง เปิดใจก่อนเกษียณ

บิ๊กแดง เปิดใจ ก่อนเกษียณฯ ชินแล้วถูกด่าตั้งแต่ผู้การ ยัน ไม่โกรธ ชี้ วาทกรรมตน คือเรื่องจริง ชวนดูหนัง เนื้อหาเสพสื่อโซเชียล

วันที่ 21 ก.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เปิดใจกับสื่อมวลชนก่อนเกษียณอายุราชการว่ า ตั้งแต่เข้ามารับราชการและเป็นผู้บัญชาการทหารบก 2 ปี รู้จักกับสื่อมวลชนมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ (พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด) ในห้วง 30 กว่าปีที่ผ่านมาได้สัมผัสกับสื่อหลายๆ คน ยังจำภาพความเปลี่ยนแปลงทั้งทางทหาร ความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงในการทำข่าว

พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวต่อว่า อยากให้สื่อมวลชนยึดความเป็นกลางในการนำเสนอข่าวที่เป็นสาระและอยู่บนพื้นฐานแห่งความจริง ส่วนการพาดหัวข่าวทั้งหลายก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคแต่ละคน ที่จะดึงดูดให้เว็บไซต์ เพจ หนังสือพิมพ์ของตัวเองเพื่อเรียกคนดู เปรียบเหมือนการตลาดอย่างหนึ่ง ดังนั้น การพาดหัวข่าวขึ้นมา แต่ข้างในเนื้อหาอาจไม่เกี่ยวข้อง

“เมื่อครู่ก็มีคนถามว่าผมสนใจสื่อโซเชียลมีเดีย แต่ไม่เล่นเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม อยากจะบอกว่าที่สนใจก็เพื่อจะดูถึงความเปลี่ยนแปลงที่ผมพูดมาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ หรือพูดบนเวทีก็ตาม” พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวและว่า

ทั้งนี้ ทหารมีสิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของเราในฐานะผู้บังคับบัญชาผ่านทางแอพพลิเคชั่นใดก็ตามในโลก ที่จะทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าเราดูแลเอาใจใส่เขา ได้เท่ากับที่เราลงไปทำจริงๆ”ที่ผ่านมาจะเห็นว่าการให้ข่าวของผบ.ทบ.แต่ละท่าน ต้องพิจารณาถึงความสอดคล้องกับสถานการณ์ แต่ส่วนตัวผมเมื่อให้ข่าว มีทั้งคนชมและคนด่าอยู่เสมอ แต่ก็ชินแล้วเพราะผมโดนมาเยอะ ตั้งแต่เป็นผู้การ ผู้พัน โดนพาดหัวในสื่อหลายๆ ฉบับมาตลอด หลายอย่างที่พูดออกมาก็เป็นวาทกรรม แต่ทุกอย่างนั้นหากนำไปคิดก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในชาติบ้านเมือง” ผบ.ทบ.กล่าว

พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวอีกว่า หลังจากเกษียณราชการไปคงไม่มีโอกาสมาให้ข่าวสื่อ แต่ขอให้สื่อรักษาจรรยาบรรณจริยธรรม เป็นสิ่งที่เรายังต้องดำรงอยู่ไว้ ไม่ว่าจะเป็นสื่อชนิดใด การรักใครชอบใครต้องคำนึงถึงมนุษยธรรม และสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประเทศชาติบ้านเมือง ที่มีอัตลักษณ์ของประเทศชาติ ที่ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตัวเอง จะเชียร์หรือด่า ตนไม่เคยรู้สึกอะไร ไม่ได้โกรธ หรือน้อยใจ

นอกจากนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ยังแนะนำสื่อไปดูหนัง The social dilemma มีเนื้อหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเล่าประสบการณ์ของผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย และพูดถึงผลลัพธ์จากการเสพสื่อโซเชียลเป็นประจำ ทั้งผลดีและผลเสีย

ปิดตำนาน ทุบบ้านสี่เสาเทเวศน์ บ้านพัก พล.อ.เปรม อดีตประธานองคมนตรี ถูกรื้อแล้ว

ทุบบ้านสี่เสาเทเวศน์

ปิดตำนาน ทุบบ้านสี่เสาเทเวศน์

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.รายงานข่าวเปิดเผยว่า ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ตั้งอยู่ เลขที่ 279 ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กทม.ซึ่งเคยเป็นที่พักของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว โดยมีเครื่องจักรกลขนาดใหญ่กำลังรื้อ และทุบบ้านพักในส่วนที่เป็นปูน ซึ่งด้านหน้าบ้านที่เคยเป็นป้อมรักษาการณ์ได้ถูกทุบไปแล้ว เหลือแต่เศษหิน เศษปูน เป็นกองๆและบริเวณส่วนหลังบ้าน มีเครื่งจักรขนาดใหญ่กำลังทำงาน

โดยสังเกตุว่าบริเวณหน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศน์ ที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ ยังไม่มีการตัดหรือรื้อถอนกำแพงบ้านออก ทั้งนี้ไม่มีคนงานหรือเจ้าหน้าอยู่บริเวณหน้าบ้านแต่อย่างใด

สำหรับบ้านสี่เสาเทเวศร์ เป็นบ้านพักของ พล.อ.เปรม อาศัยมากตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก และอีกทั้งยังเป็นสถานที่ ต้อนรับ นายกรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ นักธุรกิจ หัวหน้าส่วนราชการ เอกชน ผู้มีชื่อเสียงของ ในโอกาสสำคัญ อาทิ ปีใหม่ สงกรานต์ และวันคล้ายวันเกิด

ทั้งนี้หากมองจากถนนด้านหน้าเข้าไป จะมีประตูทางเข้าออก 2 ด้านซ้ายและขวา ตรงกลางจะปลูกต้นไม้สูงคล้ายกำแพง เมื่อก้าวเท้าผ่านประตูเข้าไปจะพบสนามหญ้าและสวนพร้อมกับบ่อน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเบื้องหลังจะเป็นบ้านปูนสีขาว ซึ่งเป็นสถานที่พัก

บ้านสี่เสาเทเวศร์มีหลังคาทรงหน้าจั่วปูกระเบื้องสีน้ำเงิน ปีกซ้ายตัวบ้านจะเป็นห้องรับรอง ด้านขวาจะเป็นที่พักของทหารประจำบ้าน บริเวณด้านหลังเป็นห้องนั่งเล่น มีเปียโน ของ พล.อ.เปรม ในขณะผนังบ้านหรือมุมต่างๆภายในห้องจะมีรูปถ่ายของ พล.อ.เปรม

ก.แรงงาน เร่งผลักดันโครงการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ รัฐช่วยจ่ายค่าจ้างครึ่งหนึ่ง เริ่มตุลาคมนี้

กระทรวงแรงงานเร่งผลักดัน โครงการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ รัฐช่วยจ่ายค่าจ้างครึ่งหนึ่ง เริ่มตุลาคมนี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เร่งผลักดันความคืบหน้ามาตรการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ หลังจากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบโควิด-19 หรือ ศบศ. มีมติเห็นชอบแล้ว รัฐบาลจะช่วยจ่ายให้นายจ้างครึ่งหนึ่งของเงินเดือน เป็นระยะเวลา 1 ปี

บัณฑิตที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี นักศึกษาสายอาชีพที่จบ ปวส. และ ปวช. ในปีนี้ เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่กระทรวงแรงงาน กำลังรวบรวมตำแหน่งงานกว่า 260,000 อัตรา มาเปิดรับสมัครในงาน JOB EXPO THAILAND 2020 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 28 กันยายนนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการ และการประชุมไบเทค บางนา สร้างโอกาสให้นายจ้าง และบัณฑิตจบใหม่ ได้มาเจอกัน และคัดเลือกคนเข้าทำงาน ตามความรู้ ความสามารถ สร้างโอกาสการมีงานทำให้แก่บัณฑิตจบใหม่ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงานมาก่อน โดยภาครัฐ จะสนับสนุนค่าจ้างให้ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน เพื่อสถานประกอบการ ได้จ้างงานบัณฑิตจบใหม่ เข้าทำงานเป็นระยะเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ไปถึงวันที่ 30 กันยายน 2564

โดยการจ่ายค่าจ้างครึ่งหนึ่ง รัฐบาลจะโอนเข้าบัญชีบัณฑิตโดยตรง ขณะที่ค่าจ้างอีกครึ่งหนึ่ง สถานประกอบการ จะเป็นผู้รับผิดชอบ

นอกจากนี้ นักศึกษาจบใหม่ที่สนใจ สามารถเข้าไปหางานได้ในเว็บไซต์ “ไทยมีงานทำ” ที่จะรวบรวมตำแหน่งงานว่างไว้สำหรับน้องๆ เช่นกัน ซึ่งเว็บไซต์นี้ ในอนาคตจะมีการพัฒนาให้เป็นช่องทางในการหางานหลัก โดยจะรวบรวมงานทุกตำแหน่งที่มีอยู่ในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อจับคู่ระหว่างสถานประกอบการและคนหางานให้ได้งานที่ต้องการและเหมาะสม

เปิดนาที มือปืนล็อกคอ – รัวยิง แม่ค้าออนไลน์ หลังใส่บาตรเสร็จ ดับคาวัด ล่าสุดได้ตัวมือปืนแล้วเป็นตำรวจ ( มีคลิป )

มือปืนล็อกคอ - รัวยิง แม่ค้าออนไลน์

เปิดนาทีสลด คนร้ายบุกล็อกคอ-กระหน่ำยิง แม่ค้าออนไลน์ กลางวัดดังย่านบางแค กรุงเทพฯ เสียชีวิตต่อหน้าแม่บ้าน ก่อนขับรถยนต์หลบหนีไป

คนร้ายขับรถยนต์ก่อเหตุยิง นางลินลดา พัฒนพันธ์ อายุ 39 ปี แม่ค้าออนไลน์ เสียชีวิตภายในวัดนิมมานรดี ถนนบางแค 1 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. หลังจากที่เดินทางมาใส่บาตรพระเสร็จแล้ว ก่อนขับรถยนต์หลบหนีไป

ทั้งนี้ จากการสอบสวน น.ส.มณีรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี แม่บ้านของผู้ตายที่เดินทางมาใส่บาตรด้วยกัน กล่าวว่า เมื่อมาถึงสังเกตเห็นรถยนต์ 7 ที่นั่งสีดำ ไม่ทราบทะเบียน จอดติดเครื่องรออยู่ข้างรถผู้ตายอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร จนใส่บาตรกันเสร็จ ระหว่างกำลังจะเก็บของขึ้นรถ ปรากฏมีคนร้ายไม่แน่ใจว่าเป็นชายหรือหญิง ลักษณะคล้ายทอมบอย 1 คน อายุ 35-40 ปี เดินลงจากรถปรี่มาจับมือผู้ตายและล็อกคอจากด้านหลังยิงใส่ 4 นัด ก่อนจะขึ้นรถเร่งเครื่องหลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 21 ก.ย. จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ก่อนเกิดเหตุรถยนต์คันหนึ่งมาจอดรออยู่บริเวณลานจอดรถหน้าพระอุโบสถเชื่อมกับทางเดินเข้าออกกุฏิพระสงฆ์ในวัด และในภาพยังพบผู้ตายกำลังนั่งใส่บาตรพระอยู่ หลังจากนั้น ผู้ตายและแม่บ้านได้เก็บของขึ้นรถ จังหวะนั้นเองที่คนร้ายเดินลงจากรถ และจับตัวผู้ตาย ก่อนจะชักปืนยิงใส่ผู้ตายจนเสียชีวิตต่อหน้าแม่บ้านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ และขับรถหลบหนีไป

ล่าสุด ! ส.ต.ต.หญิง สิริวรรณ สำเร็จศิลป์ ผบ.หมู่ ฝ่าย ตม.ขาเข้า ด่านตม.ทอ.สุวรรณภูมิ โดยหลังจากก่อเหตุได้เข้ามอบตัวที่ สภ.ศรีประจันต์ กำลังเดินทางไปรับตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดที่ สน.ภาษีเจริญ จากการสืบสวนเบื้องต้น ทราบว่า สาเหตุของการก่อเหตุ เพื่อเอาชีวิตของเหยื่อนั้น เกิดจากปัญหารักสามเศร้า เนื่องจากผู้ตายพยายามเลิกรา แต่ฝั่งผู้ก่อเหตุเกิดความหึงหวง เพราะผู้ตายไปมีคนอื่น จึงได้แอบสะกดรอยติดตาม จนเกิดเหตุดังกล่าว

“ฌอน” กลับมาแล้ว เล่าชีวิต ขอทำโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม พร้อมแจงเงินบริจาค 1.3 ล้านบาท

"ฌอน" กลับมาแล้ว

“ฌอน บูรณะหิรัญ” กลับมาแล้ว เล่าชีวิตช่วงที่ผ่านมา ไปลงมือทำงานจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง พร้อมแจงนำเงินบริจาค 1.3 ล้านบาท ไปทำโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม

วันที่ 21 ก.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ Sean Buranahiran – ฌอน บูรณะหิรัญ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความว่า ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ทีมงาน และผู้คนในชีวิตจริง โดยที่ไม่ได้ใช้ Social Media เลย และจะยังคงทำต่อไปเรื่อยๆ วันนี้แวะเข้ามาเพื่อมาขอบคุณสำหรับกำลังใจที่หลั่งไหลเข้ามาตลอดทั้งในทางข้อความ และตอนที่ได้พบเจอกันในที่ต่างๆ รู้สึกอบอุ่นและซึ้งใจมาก ในคลิปจะเป็นบรรยากาศบางส่วนในแต่ละวันที่ผ่านมาที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหน

สำหรับเพื่อนๆ ที่ปรารถนาดี ที่ยินดีที่จะรับรู้เรื่องราวจากทางผม ผมมี 4 ประเด็นที่อยากสื่อสารกับเพื่อนๆ ดังนี้

1. เงินที่ผู้มีจิตศรัทธาสมทบเข้ามาในช่วงเดือน มี.ค. 2563 – เม.ย.2563 ที่ผ่านมาจำนวนเต็มคือ 1,346,887.73 บาท (หนึ่งล้านสามแสนสี่หมื่นหกพันแปดร้อยแปดสิบเจ็ดบาทเจ็ดสิบสามสตางค์) โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ขณะนี้ได้ทำเป็นโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมที่จะช่วยบรรเทาปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างยั่งยืน โดยมีที่ปรึกษาเป็นพระครูธีรสุตพจน์ เจ้าอาวาสวัดผาลาด จังหวัดเชียงใหม่, ครูบาอาจารย์, นักขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมที่มีประสบการณ์ และมีคณะกรรมการในการร่วมตัดสินใจในทุกๆ ขั้นตอน

หากท่านใดที่ต้องการจะมีส่วนร่วมทั้งการเป็นจิตอาสา ทั้งการเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยน แบ่งปันความรู้ความเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม หรือเป็นชุมชนใดที่ต้องการเตรียมการเพื่อป้องกันปัญหาหมอกควันไฟป่าในปีหน้า เช่น การสร้างแนวกันไฟ ฝาย ปลูกป่าเปียก หรือ ต้องการอุปกรณ์ต่างๆ สามารถติดต่อเข้าไปที่เพจ “รักษ์ไม่มีเงื่อนไข” ได้เลย

2. ที่ผ่านมาได้ให้ความร่วมมือเต็มที่กับเจ้าหน้าที่สอบสวน ไม่เคยมีการหลบหนีใดๆ โดยหลักฐานทั้งหมดได้อยู่ในมือของผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบ อยู่ในกระบวนการที่ถูกต้อง และกำลังอยู่ในความดูแลของทีมกฎหมาย (หลักฐานเรื่องการซื้อบ้าน ซื้อรถ จากรายได้โดยสุจริต ทุกอย่างได้ดำเนินการก่อนเรื่องรับบริจาค มีการเสียภาษีที่เป็นไปตามกฎหมายและมีเจตนาที่บริสุทธิ์ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเงินที่ได้รับมาจากผู้มีจิตศรัทธา)

3. ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้ไม่ได้ลงภาพหรือคลิปใดๆ แต่เรายังคงลงมือทำงานจิตอาสาอย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้พวกเราเข้าไปเรียนรู้ด้านการพัฒนาสังคมเพราะทุกๆ ที่ที่ไป ทุกคนที่ได้เจอ ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆเสมอ

4. ขออภัยอีกครั้งหากสิ่งใดที่เคยทำหรือสื่อสาร ทำให้ท่านเกิดความไม่สบายใจ ขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้ ขอให้ยกโทษให้ด้วย เพราะด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้วไม่มีเจตนาจะว่า หรือให้ร้ายต่อใคร และยินดีน้อมรับทุกถ้อยคำเพื่อที่จะแก้ไข ปรับปรุงตนเองต่อไป ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนทำให้ครอบครัว และเพื่อนๆ ได้มีโอกาสฝึกฝน พัฒนาตนเองทั้งกายและจิตใจมากขึ้น

ต่อจากนี้ไป จะยังคงใช้ชีวิตออฟไลน์ ยังไม่กลับมาใช้ Social Media อีกสักระยะ แต่จะยังคงลงมือทำเพื่อสิ่งแวดล้อม เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหา บรรเทาหมอกควันไฟป่าอย่างยั่งยืนสำหรับปีถัดไปในทุกๆ สัปดาห์ เพราะปัญหานี้เรื้อรังมากว่า 10 ปี คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหมดไป แต่ก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ที่จะบรรเทาปัญหา.

ตำรวจปฏิเสธ ถอนหมุด “คณะราษฎร” กทม.ตร. กรมศิลปากร เข้าหารือกฎหมายเอาผิดผู้ชุมนุมวันนี้

ตำรวจปฏิเสธ ถอนหมุด "คณะราษฎร

รอง ผบช.น. ปฏิเสธตำรวจไม่เกี่ยวข้องถอนหมุดคณะราษฎร คาดเจ้าของพื้นที่อาจเป็นผู้รื้อถอน ยันมีข้อมูล ภาพและพยานหลักฐานชัดเจนเอาผิดแกนนำผู้ชุมนุม ขณะที่ “พล.ต.อ.สุวัฒน์” เชิญ กทม.-กรมศิลปากรเข้าประชุมข้อกฎหมายเอาผิดวันนี้

ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พบว่า “หมุดคณะราษฎร หมุดที่สอง” ที่กลุ่มผู้ชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ได้ทำพิธีฝังลงที่พื้นท้องสนามหลวง เมื่อช่วงย่ำรุ่งของเมื่อวานนี้ (20 ก.ย.) ได้ถูกรื้อถอนออกจากสนามหลวงไปแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเหน่วยงาน หรือบุคคลใดเป็นผู้ถอนออก

ล่าสุด พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ปฏิเสธกรณีการหายไปของหมุดคณะราษฎร์ 2 ที่บริเวณท้องสนามหลวง โดยระบุว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตำรวจ แต่อาจเป็นทางกรุงเทพมหานคร เจ้าของพื้นที่เป็นผู้รื้อถอนออกไป เนื่องจากเป็นของที่ไม่ได้มีมาแต่เดิม

ส่วนแนวทางเอาผิดและขั้นตอนในการเอาผิดแกนนำผู้ชุมนุมแนวร่วมธรรมศาสตร์ ที่จัดกิจกรรมชุมนุม ช่วงระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น พล.ต.ต.ปิยะ ยืนยันว่า มีข้อมูลแล้ว ซึ่งมีภาพและพยานหลักฐานชัดเจน สามารถเอาผิดได้

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า เช้าวันนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุม ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตามวงรอบ โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องในคดี อาทิ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนคร ตัวแทนกองบังคับการปราบปราม ตัวแทนเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร กรมศิลปากร และพนักงานสืบสวนเข้าร่วมประชุม ซึ่งคาดว่าหลังการประชุม จะมีแถลงข่าวในประเด็นที่น่าสนใจ เวลาประมาณ 12.00 น.

ด้านนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า ถึงหมุดคณะราษฎร 2563 จะถูกรื้อถอนไปก็อย่าได้กังวล เพราะพราหมณ์ของเราได้ลงคาถาสาปแช่งให้คนรื้อ คนสั่ง ขั้นสูงสุด เสื่อมลาภ ยศ สรรเสริญ ฐานันดร รวมถึงเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นที่เรียบร้อย ระหว่างรอคาถาออกผล ทุกคนสามารถดาวน์โหลดไฟล์แบบหมุดไปหล่อใหม่ได้ หมุดไม่ได้ปักที่พื้นสนามหลวง แต่ปักไว้ในใจคน

“ศบศ.”เร่งรัดการลงทุน ลุยเมกะโปรเจค โครงสร้างพื้นฐานวงเงินรวม 1.2 ล้านล้านบาท

"ศบศ."เร่งรัดการลงทุน

ผู้สื่ข่าวทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการวิเคราะห์และเสนอมาตรการบริหารเศรษฐกิจในระยะปานกลางและระยะยาว ที่มี “ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เสนอโครงการบริหารเศรษฐกิจระยะปานกลางและระยะยาวให้ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ “ศบศ.” ที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งได้เสนอเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานวงเงินรวม 1.2 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย 

การลงทุนโครงการและแผนงานที่มีความสำคัญต้องเร่งรัด ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี วงเงินงบ 80,500 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ คาดว่าจะได้รับการอนุมัติต้นปี 2564 และออกแบบรายละเอียดโครงการเสร็จเดือน มิ.ย.2565

โครงการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองต่อขยายอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน วงเงิน 28,300 ล้านบาท อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมโครงการและรูปแบบการลงทุน

โครงการทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ข้ามทางรถไฟสายสีแดง เชื่อมต่อทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลเวลล์) วงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยต้องเร่งเจรจาลงทุนโครงข่าย Missing link กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM คาดว่าจะลงนามสัญญาร่วมทุนได้ภายในเดือน ก.ย.2564

การลงทุนโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟ เช่น โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต, บางซื่อ-ตลิ่งชัน วงเงิน 107,000 ล้านบาท โดยกำหนดให้เปิดทดลองใช้รถไฟฟ้าวันที่ 1 ก.ค.2564

โครงการระบบรางรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล วงเงิน 135,000 ล้านบาท โดยกำหนดให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปี 2565 ทุกเส้นทาง

โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) โดยกำหนดให้ลงนามสัญญางานโยธาทั้งหมดภายในปี 2564 และก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2568

โครงการศึกษาการจัดตั้งรัฐวิสาหกิจขึ้นมาบริหารกิจการของรถไฟความเร็วสูง โดยตั้งงบประมาณในการศึกษาไว้ 30 ล้านบาท โดยให้เสนอ ครม.ของบศึกษาในปี 2564 

การลงทุนที่ใช้การลงทุนในรูปแบบ PPP ช่วงปานกลาง-ระยะยาว ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) วงเงิน 48,500 ล้านบาท โดยก่อสร้างปี 2567 และเปิดบริการปี 2570

โครงการระบบขนส่งมวลชน จ.ภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง วงเงิน 35,200 ล้านบาท รวมถึงโครงการระบบขนส่งมวลชน จ.เชียงใหม่ สายสีแดง ช่วง รพ.นครพิงค์-แยกแม่เหียะสมานสามัคคี วงเงิน 27,300 ล้านบาท และโครงการระบบขนส่งมวลชน จ.นครราชสีมา สายสีเขียว วงเงิน 84,800 ล้านบาท

โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 วงเงินลงทุน 114,000 ล้านบาท ซึ่งจะนำรายชื่อผู้ชนะการประมูลเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) และประกาศผู้ชนะได้ในปี 2563

การลงทุนที่เร่งรัดการระดมทุนผ่านกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFFIF) ที่ระดมทุนไปแล้ว 44,000 ล้านบาท ซึ่ง TFFIF ควรเร่งรัดนำเอาเงินไปลงทุนก่อสร้างโครงการทางด่วนพระราม 3 และโครงการทางพิเศษสายอื่น เพื่อให้สอดคล้องวัตถุประสงค์การตั้งกองทุน โดยกำหนดให้ใช้เงินไปลงทุนไม่ต่ำกว่า 30% ในปี 2564

รวมทั้งมีการกำหนดให้เร่งรัดการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีกรอบการลงทุนในปี 2563-2564 วงเงิน 3.6 แสนล้านบาท

สำหรับแผนนี้ สศช.ในฐานะเลขานุการของ ศบศ.ทำงานร่วมกับกระทรวงคมนาคมเสนอให้กับคณะอนุกรรมการบริหารเศรษฐกิจในระยะปานกลางและระยะยาว เพื่อเสนอให้ ศบศ.ชุดใหญ่พิจารณากำหนดเป็นแผนการบริหารเศรษฐกิจของประเทศควบคู่กับแผนเศรษฐกิจระยะสั้นที่ทยอยอนุมัติเป็นระยะเพื่อดูแลเศรษฐกิจประเทศ