Daily Archives: 16/09/2020

สภาอุตสาหกรรม ชงต่อพักหนี้ 2 ปี เพิ่มสภาพคล่องชี้ปีหน้าธุรกิจยังไม่ฟื้น

สภาอุตสาหกรรม ชงต่อพักหนี้
ศบศ.นัดถกเพิ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดย ส.อ.ท.ชงต่อพักหนี้ 2 ปี เพิ่มสภาพคล่อง ชี้ปีหน้าธุรกิจยังไม่ฟื้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ.ในวันนี้ (16 ก.ย.) เพื่อพิจารณามาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจเพิ่มเติม

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า การประชุม ศบศ.ครั้งนี้จะพิจารณาหลายวาระ โดยจะมีการเสนอมาตรการกระตุ้นด้านอสังหาริมทรัพย์ตามที่สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เสนอ

รวมทั้งพิจารณามาตรการส่งเสริมการขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมร่วมกับบัตรไทยแลนด์อีลิท ตามที่กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเสนอ เพื่อดึงดูดนักธุรกิจและนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาไทย ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเสนอการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลาการให้สินเชื่อสินค้า (Credit term) ในไทย

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุม ศบศ.วันนี้ (16 ก.ย.) ส.อ.ท.จะนำเสนอข้อคิดเห็นขอภาคเอกชน 3 ประเด็น คือ 

1.การขอพักหนี้ให้ภาคเอกชนเป็นเวลา 2 ปี เพราะมาตรการพักชำระหนี้ 6 เดือนจะสิ้นสุดเดือน ต.ค.นี้ แต่จากภาวะโควิด-19 ที่เกิดขึ้นรุนแรงและกระทบทั่วโลกทำให้เศรษฐกิจอยู่ภาวะซบเซา ภาคเอกชนส่วนใหญ่โดยเฉพาะเอสเอ็มอียังประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน

“รัฐบาลควรต่ออายุมาตรการพักชำระหนี้ต่อออกไป 2 ปี หรือสิ้นสุดเดือน ต.ค.2565 เพื่อไม่ให้ภาระหนี้บีบผู้ประกอบการเกินไป เพราะปี 2564 เอกชนเจ็บตัวมากยังฟื้นตัวได้ช้า โดยแม้ปี 2564 จะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 จะส่งผลบวกต่อการท่องเที่ยวไทย แต่ยังมีปัญหาการกระจายวัคซีนไปทั่วโลก และยังมีการระบาดอยู่ทำให้เศรษฐกิจโลกซบเซา”นายสุพันธุ์ กล่าว

2.ลูกหนี้ที่เข้าโครงการพักชำระหนี้ขอจ่ายดอกเบี้ย 10% ของดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายทั้งหมด โดยช่วงที่พักชำระหนี้ 2 ปีนี้ ลูกหนี้เพียงแต่ทะยอยจ่ายดอกเบี้ยแต่ควรจะไม่เกิน 10% ในช่วง 6 เดือนแรก ทั้งนี้หากในปีหน้าภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น ธนาคารอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ หากลูกหนี้เริ่มฟื้นตัวก็ส่งหนี้ได้ตามปกติ รวมทั้งหากพ้นช่วง 6 เดือน มีรายได้ไม่จ่ายดอกเบี้ย ธนาคารก็จะรู้ได้ว่าจะมีหนี้เอ็นพีแอลมากเท่าไร ก็จะช่วงวางมาตรการแก้ไขได้เร็วขึ้น

3.ให้ ธปท.ผ่อนคลายมาตรการการกันสำรองหนี้เสียสำหรับธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายให้ธนาคารพาณิชย์กล้าที่จะปล่อยสินเชื่อ

นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า กรณีที่ ส.อ.ท.จะเสนอให้ออกมาตรการพักหนี้ให้กับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิดเป็นเวลา 2 ปี และปรับเงื่อนไขให้ชำระคืนดอกเบี้ยบางส่วน เชื่อว่าเป็นข้อเสนอของภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบ และมีการเสนอเข้ามาผ่าน ส.อ.ท.เพื่อขอรับการช่วยเหลือเร่งด่วน

สำหรับการออกมาตรการมองว่า หลังจากรับทราบข้อเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงต้องมาหารือเกี่ยวกับรายละเอียด เพื่อพิจารณาการเข้าไปช่วยเหลือระยะถัดไป เพราะการออกมาตรการต่างๆนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนออกมาตรการถึงข้อดีและข้อเสียในมุมต่างๆ โดยเฉพาะการพักหนี้ออกไป 2ปี ซึ่งถือเป็นการพักหนี้ที่ค่อนข้างนาน

ทั้งนี้ เชื่อว่าปัจจุบัน ธปท.และสถาบันการเงินเร่งช่วยลูกหนี้อยู่แล้วผ่านมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะซอทฟ์โลนที่ให้บรรษัทค้ำประกันอุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ช่วยค้ำประกันเพิ่มเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจระยะนี้

นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า กรณีที่ ส.อ.ท.เตรียมเสนอให้พักชำระหนี้เป็นเวลา 2 ปีนั้น เชื่อว่าทุกฝ่ายเข้าใจ ส.อ.ท.เป็นอย่างดี แต่คงต้องดูเรื่องความสมดุลด้วย ขณะเดียวกันยังต้องคำนึงถึงวินัยการเงิน ตลอดจนความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคธุรกิจที่มีต่อระบบการเงิน

“ถ้าต้องเลื่อนไปอีก 2 ปี อาจจะทำให้แยกยากว่าบริษัทไหนดีหรือไม่ดี หรือบริษัทไหนที่ปรับตัวเข้ากับเศรษฐกิจในโลกใหม่ได้บ้าง ซึ่งถ้าพักไป 2 ปีจริง คนจะแยกไม่ออกว่าความเสี่ยงจริงๆ ของระบบเป็นเท่าไร อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่น ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนทางระบบ” นายนริศ กล่าว

“15.11.2020” ลุยจ่ะ ปั๊บ-ใบเตย เผยฤกษ์แต่ง

ปั๊บ-ใบเตย เผยฤกษ์แต่ง

ปั๊บ-ใบเตย เผยฤกษ์แต่ง ว่าที่บ่าว-สาวตื่นเต้นมาก

ปั๊บ-ใบเตย-หลังจากที่นักร้องหนุ่ม ปั๊บ พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข หรือ ปั๊บ โปเตโต้ ขอแฟนสาวคนสวย ใบเตย สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ แต่งงานต่อหน้าครอบครัว ล่าสุด ทั้งคู่ได้เผยฤกษ์ดีการจัดงานแต่งงานให้แฟนๆได้ทราบโดยทั่วกัน

โดยปั๊บได้เผยภาพของทั้งคู่ลงในไอจี และข้อความว่า “15.11.2020 ลุยจ่ะ #15112020 #toeipupwedding”
ซึ่งทางด้านว่าที่เจ้าสาวอย่างใบเตยก็ได้โพสต์ภาพเดียวกันลงในไอจีตัวเองพร้อมด้วยข้อความว่า “15•11•20 อีก2เดือนเท่านั้นตื่นเต้นที่สุดในโลก #ToeiPupWedding”

“โยชิฮิเดะ สึกะ” นายกฯคนใหม่ของญี่ปุ่น เข้าทำงานแล้ววันแรก พร้อมโจทย์ท้าทายของผู้นำคนใหม่

นายกคนใหม่ของญี่ปุ่น

เข้าทำงานเป็นวันแรกอย่างเป็นทางการ สำหรับ โยชิฮิเดะ สึกะ นากยรัฐมนตรีคนใหม่ของญีปุ่่น

โดยโจทย์ท้าทายของผู้นำคนใหม่ คือ การจัดโอลิมปิก การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มบทบาทให้กองกำลังป้องกันตนเอง และการรับมือจีน ซึ่ง 2 ประเด็นแรกถือเป็นการสานต่อสิ่งที่อาเบะเริ่มต้นไว้ในช่วง 7 ปี 8 เดือนของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยังทำไม่สำเร็จ แต่การแก้ไขมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญญี่ปุ่น ถือว่ามีความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

สิ่งที่พอจะเป็นไปได้ คือ การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2564 หลังต้องเลื่อนการแข่งขัน เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ประเด็นนี้ถือเป็นหนึ่งในเดิมพันสำคัญที่สุดในขณะนี้ และอาจส่งแรงกระเพื่อมไปถึงคะแนนนิยมของรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย

สุดท้ายคือ นโยบายต่างประเทศที่ยังคงสานต่อแนวทางของอาเบะและกระชับความสัมพันธ์ด้านต่างๆ กับสหรัฐอเมริกาให้มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การปิดล้อมจีนเพื่อจำกัดการขยายอิทธิพลในภูมิภาค ไปจนถึงการรับลูกยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก เพื่อให้ขับเคลื่อนต่อไปได้ นอกจากนี้ยังมีภารกิจรับมือกับ COVID-19 ปัญหาหนี้สินของรัฐบาล ปัญหาสังคมผู้สูงวัย และความไม่เสมอภาคทางเพศในที่ทำงาน

โยชิฮิเดะ สึกะ เกิดเมื่อปี 1948 ในครอบครัวชาวไร่สตรอว์เบอร์รี

เส้นทางขึ้นสู่อำนาจที่ดำเนินมาอย่างเสมอต้นเสมอปลายของเขาแตกต่างจากชนชั้นนำทางการเมืองคนอื่น ๆ ที่ครองอำนาจในญี่ปุ่นมาเนิ่นนาน

หลังจบมหาวิทยาลัยโฮเซในกรุงโตเกียวเขาก็เริ่มทำงานในแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งทันที และต่อมารับตำแหน่งเป็นเลขานุการในพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ก่อนที่จะเริ่มเส้นทางการเป็นนักการเมืองของตัวเอง

ปี 1987 เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเมืองโยโกฮามา ก่อนจะได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 1996

ปี 2005 นายกรัฐมนตรีจุนอิชิโร โคอิซูมิ แต่งตั้งให้เขาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและการสื่อสาร และปีต่อมา ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีคนถัดมา ก็แต่งตั้งให้เขาเป็นรัฐมนตรีถึงสามกระทรวง

ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนายอาเบะ พัฒนาเรื่อยมาจนนายอาเบะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยที่สองและแต่งตั้งให้เขาเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ทรงอิทธิพลมาก

แปดปีที่ผ่านมา เขาในฐานะ “มือขวา” ของอาเบะ ตกเป็นเป้าความสนใจโดยเป็นตัวแทนแถลงข่าวในนามรัฐบาลบ่อยครั้ง และได้รับคำชมว่าจัดการรับมือกับระบบราชการอันซับซ้อนของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

เขาได้รับการขนานนามเล่น ๆ ว่า “ลุงเรวะ” หลังเป็นผู้ประกาศชื่อรัชสมัยใหม่ “เรวะ” ซึ่งมีความหมายว่า ความสันติปรองดองอันรุ่งเรือง อย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้ว

พายุ “โนอึล”จ่อถล่มไทย 18-20 ก.ย.เตรียมรับมือฝนตกหนัก

พายุ "โนอึล"จ่อถล่มไทย

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โนอึล” (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 18 – 20 ก.ย.63) ฉบับที่ 2

วันนี้ (16 ก.ย. 63) พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โนอึล” แล้ว โดยเมื่อเวลา 04.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดว่าเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง และจะเคลื่อนเข้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในช่วงวันที่ 18-20 กันยายน 2563 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน หลังจากนั้นภาคเหนือและภาคอื่นๆ จะมีผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

โดยพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

วันที่ 18 ก.ย. 63 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และร้อยเอ็ด

ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 19 ก.ย. 63 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร สุโขทัย ตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร และร้อยเอ็ด

ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 20 ก.ย. 63 บริเวณที่มีฝนตกหนัก

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย และกำแพงเพชร

ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี และชัยนาท

ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และทะเลอันดามัน

มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็ก ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย. 63

เปิดแล้วย้ายสิทธิ “บัตรทอง” แบบออนไลน์ ทำเองง่ายๆ ด้วย Line Official

เปิดแล้วย้ายสิทธิ "บัตรทอง"

สำหรับผู้ใช้สิทธิบัตรทอง หลังมีการเปิด LINE Official Account  เพื่ออำนวยความสะดวกในการย้ายสิทธิแบบออนไลน์ขั้นตอนง่ายๆ

โดยเพจเฟซบุ๊ก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์  นวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสิทธิบัตรทอง ที่ต้องการเปลี่ยนสถานพยาบาลหรือหน่วยบริการ (ย้ายสิทธิ) เพื่อการรักษา

ผู้ใช้สิทธิบัตรทอง สามารถเปลี่ยนหน่วยบริการได้ด้วยตนเองผ่านทางช่องทาง LINE Official Account  ขั้นตอน

1️.แอดไลน์ สปสช.
2️.พิมพ์ค้นหา Line ID @nhso หรือ  
3️.สแกน QR Code เพิ่มเพื่อน
4️.เลือกฟังก์ชั่น “เปลี่ยนหน่วยบริการ” ทำตามขั้นตอนของระบบ และรอการอนุมัติ

ผู้ที่ลงทะเบียนย้ายสิทธิผ่านทางไลน์ สปสช. ต้องมีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง) หรือมีสิทธิว่าง และต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี หากไม่สะดวกใช้งานทางโทรศัพท์มือถือ สามารถไปติดต่อที่หน่วยบริการได้เช่นเดิม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ สายด่วน สปสช. 1330

📣📣 ย้ายสิทธิ "บัตรทอง" แบบออนไลน์ง่ายๆ ด้วย Line Official 🆔🆔📱📲…

Posted by สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ on Monday, September 14, 2020

เจอตัวแล้ว ป้าหัวร้อน กระชากหัวสาว ลงบันไดเลื่อน ปมแย่งที่นั่งรถตู้ ตำรวจ คุมตัวยื่นฟ้องศาลวันนี้

เจอตัวแล้ว ป้าหัวร้อน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงกรณีคลิปโดนกระชากหัวลงบันไดเลื่อน ว่า

ได้รับรายงานจาก สน.พญาไท ว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.00 น. .จากการสอบปากคำทราบว่า ผู้เสียหายโดยสารรถตู้จากฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต มาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ระหว่างที่โดยสารมาได้มีผู้ต้องหาที่โดยสารรถตู้มาด้วยกัน ได้ด่า ผู้เสียหายว่า “นิสัยไม่ดี สันดานxxx”

หลังจากผู้เสียหายลงรถตู้คันดังกล่าว ผู้ต้องหาได้เดินตามมาด่าว่าผู้เสียหายอีก และได้กระชากผมผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บพ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามผู้ต้องหารายดังกล่าวได้แล้ว

โดยอยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำที่เกี่ยวข้อง และจะแจ้งข้อหาผู้ต้องหาในความผิดฐาน “ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ตามมาตรา 295 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

และในความผิดฐาน “ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า” ตามมาตรา 393 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยในวันที่ 16 ก.ย.นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท จะนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นฟ้องต่อศาลแขวงดุสิตต่อไป

ทั้งนี้ ขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนอย่าใช้กำลังในการตัดสินปัญหา ควรตั้งสติและใช้สันติวิธีเข้ามาแก้ไข.

เข้าใจ ransomware คืออะไร ภัยใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจป้องกัน

ransomware คืออะไร ภัยใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจป้องกัน

เคยสงสัยมั้ยครับว่า ransomware คืออะไร หลายๆคนอาจจะเคยรู้มาบ้างแล้ว บางคนเคยพบเจอกับตัวเองแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ คนที่ยังไม่รู้เลย ว่าเจ้า ransomware คืออะไร มาจากไหน มาทำอะไร และจะมีผลต่อการทำงานของเรายังไงบ้าง

จากข่าวใหญ่เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลสระบุรี โดน ransomware voidcrpt เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ฐานข้อมูลผู้ป่วยไม่สามารถใช้งานได้ ข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วยเสียหายทั้งหมด สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว

ในบทความนี้จะพาไปรู้จักและทำความเข้าใจกับผลกระทบต่างๆ เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของ cyber security มากขึ้น

Ransomware คืออะไร? มัลแวร์เรียกค่าไถ่หรือแรนซัมแวร์เป็นโปรแกรมประเภทหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ร้ายต่อคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกง่ายๆ คือการจารกรรมข้อมูลในคอมพิวเตอร์ โดย malware มีอะไรบ้าง จะขออธิบายและแบ่งตามลักษณะการทำงานแต่ละชนิด คือ

  • Computer Virus ตัวนี้คุ้นหูมาก และอยู่กับเรามาอย่างยาวนาน โดยจะแพร่กระจายจากไฟล์สู่ไฟล์ จนไปถึงเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง ซึ่งจะทำลายได้ทั้ง Hardware Software จนถึงข้อมูล
  • Worms เวิร์ม เป็น malware ชนิดหนึ่งที่แพร่กระจายโดยการจำลองตัวเองขึ้นมาได้ โดยเพิ่มจำนวนและกระจายตัวเองเพื่อทำลายคอมพิวเตอร์
  • Trojan House เป็น malware ที่แฝงตัวเข้ามาพร้อมกับการดาวน์โหลดโปรแกรมเข้ามาติดตั้งในเครื่องแล้วสร้างความอันตรายต่อคอมพิวเตอร์ของเรา
  • Spyware เป็น malware ที่ถูกสร้างให้แฝงตัวเข้ามาเก็บข้อมูลของผู้ใช้งาน เช่น ข้อมูลส่วนตัว ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อื่นๆ รวมถึง username password ของเรา
  • Ransomware เป็น malware ที่แพร่หลายมากในปัจจุบัน โดยถูกออกแบบมาเพื่อทำการเข้ารหัสข้อมูลของผู้ใช้งานหรือระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ไม่สามารถใช้งาน Login เข้าเครื่อง รวมไปถึงใช้งานไฟล์ข้อมูลภายในเครื่องได้ โดย ransomware ถูกยกให้เป็นอาชญากรรมทางไซเบอร์ลำดับต้นๆ เลยทีเดียว
  • Rootkit เป็น malware ที่ถูกสร้างมาเพื่อใช้เข้าควบคุมระบบคอมพิวเตอร์ในระดับ Admin Level เพื่อให้เหล่า แฮกเกอร์ ควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้
  • Backdoor หรือ Remote Access Trojan (RAT) เป็น malware ที่เข้ามาสร้างช่องโหว่ในระบบ เพื่อให้แฮกเกอร์เข้ามาควบคุมระบบคอมพิวเตอร์จากระยะไกล
  • Adware เป็น malware ที่เมื่อถูกติดตั้งแล้วมักจะมีโฆษณาป๊อบอัพขึ้นมารบกวนเราเสมอๆ

จำปรากฎการณ์ Wanacry ได้หรือไม่

โดยเมื่อประมาณปี 2560 มัลแวร์เรียกค่าไถ่ ที่มีชื่อว่า “Wanacry” ได้ระบาดไปทั่วโลกผ่านทางช่องโหว่ของ Microsoft Windows โดยเจ้ามัลแวร์ตัวนี้ติดมาพร้อมกับโปรแกรมเถื่อนต่างๆ ที่เราหามาติดตั้งแบบไม่มีลิขสิทธิ์ และตัวมันยังสามารถแพร่กระจายตัวจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งได้อัตโนมัติอีกด้วย เมื่อโปรแกรมถูกติดตั้งบนเครื่องของเหยื่อ ก็จะทำการ Lock เครื่องไม่ให้ใช้งานได้และเรียกค่าไถ่เป็น Bit coin 300 ดอลลาร์ ซึ่งในตอนนั้นเครื่องคอมพิวเตอร์มากกว่า 100,000 เครื่องติด wanacry ทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่โรงพยาบาลในประเทศอังกฤษมากกว่า 10 แห่ง

ช่องทางการแพร่กระจายของ Ransomware

  1. แฝงมาในรูปแบบของเอกสารแนบทางอีเมล์ โดยเฉพาะเมล์ที่มาจากธนาคาร ที่ถูกปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกให้เหยื่อเข้าไปคลิกเปิดดูหรือโหลดไฟล์แนบประเภทไฟล์ .doc หรือ .xls ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนดาวน์โหลด
  2. แฝงตัวมากับโฆษณา pop-up ในรูปแบบที่เรียกว่า Malvertising ตามเว็บไซต์ ถ้าเผลอไปคลิกโดนก็งานเข้าเลยทีเดียว
  3. เชื่อมโยงไปหน้าเว็บไซต์อันตราย อันนี้จะโดนประจำสำหรับคนชอบดาวน์โหลดของฟรี เมื่อเข้าไปจะพบว่าหน้าเว็บถูก redirect ไปหน้าอื่นๆ หรือให้โหลดโปรแกรมบางอย่างก่อนถึงจะโหลดสิ่งที่ต้องการได้เป็นต้น

โดยวิธีการนั้นอาจจะมีหลากหลายรูปแบบ แล้วแต่ว่าจะพบเจอแบบไหน บางคนก็อาจจะเจอจากการโหลดบิท โหลกโปรแกรมฟรี โปรแกรม crack เป็นต้น

วิธีป้องกัน Ransomware

  • ทำการ Backup สำรองข้อมูลไว้หลายที่ เช่น cloud, external รวมไปถึงอุปกรณ์ที่อยู่นอกเครือข่าย เพื่อสามารถนำกลับมาใช้ได้กรณีที่มีปัญหา
  • Update Patch หรือ Software อยู่เสมอเพื่อปิดช่องโหว่ของโปรแกรม
  • ติดตั้งโปรแกรมป้องกันมัลแวร์และ anti-virus เพื่อกรองอันตรายก่อนที่จะเข้ามาถึงเครื่องคอมพิวเตอร์
  • หลีกเลี่ยงการใช้และดาวน์โหลดโปรแกรมเถื่อนที่ไม่มีลิขสิทธิ์
  • คอยติดตามข่าวสารอัพเดตความรู้ด้าน Cyber Security อยู่เสมอ
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน IT Security

บทสรุป :

เราอยู่ในยุคของโลกดิจิตอลที่มีข้อมูลที่สำคัญอยู่บนโลกออนไลน์มากมายมหาศาล ไม่น่าแปลกใจที่จะมีผู้ไม่ประสงค์ดีที่ต้องการหากินกับข้อมูลเหล่านี้ โดยประเทศไทยเองกำลังเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิตอลแบบเต็มตัว ซึ่งหลายๆ องค์กรควรจะเริ่มให้ความสำคัญเกี่ยวกับด้าน IT และความปลอดภัยในเทคโนโลยีมากขึ้น เพราะการทำงานในทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนเพื่อทำงานเป็นหลักไปแล้ว จึงควรหมั่นศึกษาหาความรู้เพื่อความปลอดภัยในการทำงานผ่านสื่อเทคโนโลยีต่างๆด้วย เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของ ransomware ที่มีแต่จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

อ้างอิง :

  1. https://www.dtci.co.th/content/4865/malware-คืออะไร-มีกี่ประเภท
  2. https://www.aware.co.th/wannacry-คืออะไร
  3. https://www.it.chula.ac.th/ransomware-คืออะไร

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่นี่ https://newcontentth.com

อุทยานฯ เก็บขยะส่งไปรษณีย์คืนถึงบ้านให้เป็นที่ระลึก’ หลังพบ ทิ้งขยะเกลื่อนเขาใหญ่

เก็บขยะทุกชิ้น ส่งไปรษณีย์คืนถึงบ้าน

อุทยานฯ จัดบริการเด็ด ‘เก็บขยะทุกชิ้น ส่งไปรษณีย์คืนถึงบ้าน ให้เป็นที่ระลึก’ หลังนักท่องเที่ยวมักง่าย ทิ้งขยะเกลื่อนเต็นท์ที่เขาใหญ่ ย้ำโทษปรับถึง 5 แสน

เพจเฟซบุ๊ก TOP Varawut – ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โพสต์ภาพและข้อความว่า

“ขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้ในอุทยาน ขณะนี้บรรจุลงกล่อง พร้อมส่งคืนถึงบ้านเจ้าของขยะเรียบร้อยครับ และเจ้าหน้าที่อุทยานได้เข้าร้องทุกข์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ขอย้ำอีกครั้งนะครับ การทิ้งขยะไว้ในเขตอุทยาน เป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ดังนี้

  1. มาตรา 19(2) ฐานทำด้วยประการใดๆ ให้เสื่อมสภาพซึ่งทรัพยากรธรรมชาติ หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  2. มาตรา 20 ฐานบุคคลซึ่งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด ประกอบระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ข้อ 5 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่าผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ผู้อื่นหรือตนเอง หรือจะเป็นการรบกวนหรือเดือดร้อนรำคาญแก่คนหรือสัตว์ หรือจะทำให้เสียหายแก่สภาพธรรมชาติหรือสิ่งอื่นใด ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

มาช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทำให้เป็น New Normal ท่องเที่ยวอย่างมีจิตสำนึก ช่วยกันรักษาความสะอาด รักษาสิ่งแวดล้อมกันนะครับ เพราะต่อจากนี้ เราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด”