Daily Archives: 11/09/2020

“หนุ่ม ศรราม” เปิดใจเคลียร์ทุกประเด็นหย่า ใช้หนี้พนันไม่เคยจบ

"หนุ่ม ศรราม" เปิดใจเคลียร์

หนุ่ม ศรราม  เปิดหมดเปลือกผ่าน รายการแฉ หลังยุติความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับ ติ๊ก กนิษฐรินทร์ เผยที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือทางด้านการเงินทุกครั้ง แต่ไม่รู้ว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร นอกจากนี้ยังบอกอีกว่าให้เงินใช้เดือนละ 3 หมื่น รู้เรื่องการพนันเพราะได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน สุดท้ายไม่มีการปรับตัวจึงต้องเดินทางใครทางมัน 

หลังพระเอกรุ่นใหญ่ หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ ได้ออกมายุติสัมพันธ์ชีวิตคู่กับ ติ๊ก กนิษฐรินทร์ อย่างเป็นทางการด้วยการโชว์ใบหย่าพร้อมกับได้โชว์ข้อตกลงร่วมกันมี 6 ข้อด้วยกันและหนึ่งในนั้นคือ น้องวีจิ ลูกสาวอยู่ในความปกครองของทางฝั่ง หนุ่ม ศรราม  

ล่าสุด หนุ่ม ศรราม ได้เปิดใจอีกครั้งถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นผ่านรายการแฉ ทางช่อง GMM 25 ที่มี มดดำ คชาภา, ดีเจบุ๊คโกะ และ เอมมี่ มรกต เป็นพิธีกร โดยระบุว่าความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับ ติ๊ก กนิษฐรินทร์ นั้นยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม 

“สถานภาพคือโสด โอกาสรีเทิร์นตอนนี้คงน่าจะยากแล้ว แต่ทั้งตัวผมและติ๊กคือเป็นพ่อแม่ของน้องวีจิ”

“เลิกกันตั้งแต่ 20 ม.ค. เหตุเพราะเกิดจากเหตุบัตรเอทีเอ็มหายและเงินในบัญชีหายไป และได้ทำการตรวจสอบกับธนาคารโดยได้รับการแจ้งว่ามีคนใกล้ชิด เห็นกล้องวงจรปิดเป็นติ๊ก เราเลยต้องถอนฟ้องเพราะเมื่อมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินไปถึงการพนันออนไลน์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่ามีความผิด เราจึงต้องถอนฟ้องเพราะมีความผิดทางอาญา จากนั้นเราได้บอกให้เขาเลิกและปรับปรุงตัว เคยพูดกันไปแล้ว ถ้ามีหนี้สินอะไรขอให้บอกตอนนั้นก็จ่ายให้ไป 7 แสนบาท”

“ตั้งแต่เป็นแฟนกันก่อนแต่งงานมีปัญหาอะไรขอให้บอกผมพร้อมจะช่วย จำนวนเงินไม่เป็นไรแต่เจตนามันสำคัญ ไม่อยากให้วีจิขาดใครไปเพราะลูกยังเล็ก ผมจึงอดทนและประคองมาตลอด ผมรับฟังแต่ไม่รู้ว่าต้นเหตุของปัญหาคืออะไร แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการปรับปรุงตัว”

“แต่ถึงวันนี้ไม่ได้ถูกปรับปรุงแก้ไข จนถึงหน้ากากอนามัยไม่รู้เรื่องอะไร รู้แต่ว่ามีคนมาฟ้องติ๊ก อีกวันก็นำเงินมาชำระแทนให้ทั้งหมด 9 แสนบาท”

“พอปัญหามันเข้ามาเยอะๆ หลังจากนั้นที่ทนไม่ไหวเพราะมีคนเข้ามาทวงเงินในบ้าน และขณะผมไปถ่ายละครทุกวันก็มีคนมาทวงหนี้ที่บ้าน โทรมาทวงหนี้กับผมเยอะขึ้น ผมจึงต้องยุติความสัมพันธ์กับติ๊ก ผมเคยลองถามว่า ถ้าพี่ใช้หนี้ไม่พอ เอาทองลูกไปขายได้ไหม ทองขายไปหมดแล้ว แม้เขาจะบอกว่าขายบางส่วนก็ตาม”

“ไม่ได้บอกว่าจ่ายมาเยอะแล้ว แต่การกระทำแบบนี้คนรักกันเขาไม่ทำกันแบบนี้ คุณขโมยของของเราเอาของของลูกไปขายแล้วจะให้ผมเดินต่อยังไงมันไปกันไม่ได้ ต้องยอมรับความจริงว่าเราไปกันไม่ได้ แต่เราต้องเป็นพ่อแม่ให้วีจิให้ได้ ต้องแก้ไขปรับปรุงเพือลูก อะไรที่ไม่ดีก็อย่าไปแตะต้อง กลับมาจะได้พาวีจิไปทานข้าวด้วยกันได้”

“วันนี้เรื่องการเจอลูกอาจจะยังไม่สมควร ขอให้เขาไปปรับปรุงตัวให้ดีมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ขอโอกาสให้เขาได้แก้ไขปรับปรุงตัว เขาอาจจะเป็นภรรยาของผมไม่ได้แต่ทั้งชีวิตของเขาจนตายเขาคือแม่ของวีจิ”  

“รุ้ง” เดือดวางหรีดหน้า “ปรีดี” หลัง มธ.ห้ามใช้พื้นที่ชุมนุม

"รุ้ง" เดือดวางหรีดหน้า "ปรีดี"

แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดือด วางพวงหรีดอาลัยจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ยันใช้ “มธ.ท่าพระจันทร์” จัดชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย. ไม่เปลี่ยนแปลง ขู่ล็อกประตูก็จะตัดโซ่เข้ามา จี้ผู้บริหารแสดงจุดยืนยืนข้างนักศึกษา ย้ำดันข้อเรียกร้องสุดเพดาน
.
11 กันยายน 2563 น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ยืนยันจะจัดชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย.ทวงอำนาจคืนราษฎร หลังจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกเอกสารไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ โดยอ้างไม่เป็นไปตามเงื่อนไข โดยยืนยันว่าทางกลุ่มได้ดำเนินการตามขั้นตอน มีอาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นรับรองถูกต้อง การที่มหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้ใช้จะเป็นการจงใจผลักนักศึกษาออกไปชุมนุมเผชิญอันตรายข้างนอก ทั้งที่พื้นที่มหาวิทยาลัยควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักศึกษา เพราะธรรมศาสตร์บอกว่าทุกตารางนิ้วในมหาวิทยาลัยมีเสรีภาพ และมีประวัติศาสตร์การต่อสู้ประชาธิปไตยอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นที่น่าผิดหวัง เพราะครั้งแรกที่ก้าวเข้ามา ตั้งแต่การปฐมนิเทศพูดถึงจิตวิญญาณทำให้นักศึกษาซึมซับของรุ่นพี่ตั้งแต่เหตุการณ์เดือนตุลา ซึ่งแปลกใจที่มหาวิทยาลัยอ้างเหตุผลที่ไม่สอดคล้อง พร้อมกันนี้ขอเรียกร้อง นางเกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีฯ และอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกคนให้แสดงจุดยืนในการต่อสู้เรียกร้องยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เหมือนนักต่อสู้ของธรรมศาสตร์รุ่นก่อน ที่ต่อสู้เรียกร้อง เสียสละ จนธรรมศาสตร์เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ เป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่มารับใช้เผด็จการ และระบบทุนนิยม
.
“อธิการบดี อย่าสันหลังหวะ ไม่ลืมจิตวิญญาณของธรรมศาสตร์ไป และคาดหวังว่าธรรมศาสตร์จะไม่ใช่ดีแค่กินบุญเก่าที่คนอื่นได้ทำมา”
.
พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และจะไม่เปลี่ยนหรือย้ายสถานที่ หากล็อกประตูก็จะตัดโซ่เข้ามา พร้อมจะดันข้อเรียกร้องสุดเพดาน ทุกเรื่องจะถูกพูดถึงในการชุมนุมแน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามส่วนตัว เป็นห่วงจะมีการไล่เช็คบิลตามหมายจับที่เคยถูกดำเนินคคีแกนนำก่อนถึงวันชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. แต่ไม่ว่าตนเอง หรือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จะถูกจับ แต่กิจกรรมทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไป เพราะได้เตรียมการไว้หมดแล้ว
.
ทั้งนี้ภายหลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้น น.ส.ปนัสยา ได้นำพวงหรีดที่มีดอกไม้สีแดงเหลือง ซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมขอความ อาลัยจิตวิญญาณธรรมศาสตร์ ไปวางไว้ด้านหน้าลานปรีดี พนมยงค์ พร้อมชู 3 นิ้ว กล่าวว่า “จะเป็นเด็กดื้อต่อไป ไม่ฟังคำสั่งอธิการบดีคนปัจจุบัน และฝันว่า พ่อปรีดีและทนายอานนท์ มาบอกให้ใช้ธรรมศาสตร์จัดชุมนุม 19 ก.ย.นี้”
.

สถานทูตสหรัฐฯแถลงการณ์ ปัดไม่เคยให้ทุนหนุนม็อบในไทย ชี้ข้อมูลบิดเบือน

สถานทูตสหรัฐฯ

สถานทูตสหรัฐฯปัดไม่เคยให้ทุนหนุนม็อบในไทย ชี้ข้อมูลบิดเบือน

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ระบุว่า จากกรณีเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่เว็บบล็อกซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนโดยเฉพาะ ได้เผยแพร่ภาพถ่ายของอดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยที่ถ่ายไว้เมื่อหลายปีก่อนขณะดำรงตำแหน่งนั้น

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยมีคำแถลงการณ์ดังต่อไปนี้ “รัฐบาลสหรัฐฯ มิได้ให้เงินทุนหรือให้การสนับสนุนอื่นใดแก่การประท้วงใด ๆ ในประเทศไทย รวมทั้งไม่ได้สนับสนุนบุคคลหรือพรรคการเมืองใด หากแต่เราสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม ในฐานะมิตรประเทศของไทย เราสนับสนุนให้ทุกฝ่ายดำเนินการใด ๆ ด้วยความเคารพและระมัดระวังต่อไป ตลอดจนมีส่วนร่วมในการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์ถึงแนวทางในการที่ประเทศจะก้าวต่อไปข้างหน้า”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตทุกท่านและเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ พบปะกับคนไทยในหลากหลายภาคส่วนอยู่เป็นประจำ มิใช่เพียงแต่นักเรียนนักศึกษาและเยาวชนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคคลในรัฐบาล กองทัพ ภาคธุรกิจ และผู้นำในภาคส่วนอื่น ๆ ด้วย การพบปะเช่นนี้มิได้แสดงถึงการสนับสนุนมุมมองหนึ่งมุมมองใด

โรงเรียนชื่อดังย่านฝั่งธน รุ่นพี่ ม.6 ซ้อมรุ่นน้อง ม.5 ยับเยิน ล่าสุดสั่งเอาผิดรุ่นพี่รายนี้แล้ว

รุ่นพี่ ม.6 ซ้อมรุ่นน้อง ม.5

เป็นภาพที่ได้รับการแชร์จากสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง เพื่อทวงถามความเป็นธรรม หลังจากพบว่า เด็กชาย ม.5 ถูกรุ่นพี่ ม.6 ในโรงเรียนทำร้ายร่างกาย จนพบว่า ได้รับบาดเจ็บ ที่หน้าและศีรษะอย่างรุนแรง

โดยโพสต์ระบุว่า “แบบนี้ก็มีด้วยรุ่นพี่ซ้อมรุ่นน้อง โรงเรียนดังย่านประชาอุทิศ ชื่อคล้ายกับสวน(กุหลาบ) ดอกไม้ รุ่นพี่ข่มขู่ว่าถ้าแจ้งความเรื่องไม่จบทางโรงเรียนบอกว่าอย่าแจ้งเดี๋ยวเสียชื่อหมดและให้ออก งงมาครับท่าน ผอ.ร.ร. อยู่ที่พวกพี่ครับช่วยแชร์ให้ผมทีกำลังผมคนเดียวแรงไม่พอเอาให้รู้ครับว่าเด็กกลับชื่อเสียงทางโรงเรียนอันไหนสำคัญกว่า น้องผม ม.4ส่วนคู่กรณี ม.6 ทางโรงเรียนบอกว่าไม่อยากให้เสียอนาคตถ้ามีคดีความ และถ้าน้องผมเกิดพิการแหละ งง. กับผู้บริหาร”

ล่าสุด ผอ.สวนกุหลาบฯ ธนบุรี ชี้แจงทางไลน์ กลุ่ม ครู และเครือข่าย ผปค. กรณีทะเลาะวิวาทของนักเรียน ที่เกิดขึ้นในวันอังคาร ที่ผ่านมา  การนี้ทางโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี ได้ดำเนินการสอบสวน และดำเนินการตามระเบียบของโรงเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ทางโรงเรียน ได้ดำเนินการดังนี้

1) เชิญผู้ปกครองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้ก่อเหตุ มาพบ โดยสืบสวน จนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา และยอมรับความผิด

2) ทางโรงเรียนได้พิจารณาโทษ กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 

  –  พิจารณาตัดคะแนนความประพฤติ 115 คะแนน 

  –  ทำทัณฑ์บน โดยห้ามกระทำผิดใน 4 กรณีหนัก ของทางโรงเรียน ในระหว่างศึกษาต่อ

3) ผู้ปกครองของนักเรียนทั้ง 2 ฝ่ายได้พูดคุยและเจรจาไกล่เกลี่ยกันเบื้องต้น ผู้ปกครองของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6  รับผิด และยินยอมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตลอดการรักษา

ทั้งนี้อาการของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ยังคงหยุดพักรักษาตัวอยู่ ที่บ้านตามใบรับรองแพทย์ 7 วัน โดยทางโรงเรียนไม่คิดเป็นวันลา

เหตุการณ์ดังกล่าว ทางโรงเรียนได้มอบหมายให้กลุ่มบริหารงานบุคคล ติดตาม อย่างใกล้ชิด ไม่ได้นิ่งนอนใจ

วิกฤตไฟป่าลุกลามในแคลิฟอร์เนีย ส่งผลให้หลายเมืองในสหรัฐฯ ท้องฟ้าเป็นสีแดง

วิกฤตไฟป่าลุกลามในแคลิฟอร์เนีย

วิกฤติไฟป่าลุกลามในแคลิฟอร์เนียยังคงรุนแรงและทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนับว่าเป็นฤดูไฟป่าที่เลวร้ายที่สุดในประวัติการณ์ โดยในปี 2020 ได้เกิดเปลวไฟที่ใหญ่ที่สุดสามในสี่ครั้งในประวัติศาสตร์ของรัฐ โดยไฟป่าครั้งนี้ลุกลามไปถึง 2.2 ล้านเอเคอร์ ส่งผลให้ชาวแคลิฟอร์เนียหลายแสนคนต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้าย

CNN รายงานว่า Thom Porter หัวหน้ากรมป่าไม้และการป้องกันอัคคีภัยของแคลิฟอร์เนีย กล่าวว่า ไฟจำนวนมากจะยังคงลุกลามและยังคงไม่สามารถควบคุมได้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ  

ภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ได้อยู่แค่ในแคลิฟอร์เนียเท่านั้น แต่อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นและความแห้งแล้งรุนแรงทั่วสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก ส่งผลให้ในปีนี้ทั่วประเทศมีเปลวไฟ 40,883 แห่ง กินพื้นที่ 4.6 ล้านเอเคอร์

รวมถึงเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ในช่วงกลางวันที่ผ่านมา ทั้งเมืองกลายเป็นสีแดงจากอิทธิพลของไฟป่าที่กำลังลุกลามอย่างหนัก

และในรัฐวอชิงตัน เจ้าหน้าที่กล่าวว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของบ้านและสิ่งปลูกสร้างในเมืองเมลเดน ซึ่งเป็นเมืองทางตะวันออกของรัฐถูกไฟไหม้ทำลาย อาคารกว่า 200 หลัง รวมทั้งสถานีดับเพลิง ที่ทำการไปรษณีย์ ศาลากลาง และห้องสมุดถูกไฟไหม้จนหมด

เบื้องต้นคาดว่าไฟป่า ผลาญพื้นที่รวม 2,178,015 เอเคอร์ถูกเผา – 7,563 จุดไฟป่า- 8 เสียชีวิต- 3,959 บ้านเรือน โครงสร้างถูกเผา

รัฐ เตรียมเปิดสัญญาจ้าง ‘พนักงานราชการ’ เกือบแสนอัตรา แก้ปัญหาว่างงาน

'พนักงานราชการ'

จากนี้ผู้ที่กำลังหางานทำ ต้องติดตามข่าวคราวการรับสมัครงานของหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพราะตำแหน่งไม่ประกาศรวดเดียวเกือบแสนตำแหน่ง แต่อาจจะประกาศรับแบบหน่วยงานใครหน่วยงานมัน

มีรายงานว่า ภารกิจนี้สำนักงาน ก.พ. เตรียม“แนวทางเพิ่มโอกาสการจ้างงานผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาด ของ COVID-19 ด้วยระบบพนักงานราชการ”

โดยระบบพนักงานราชการเป็นการจ้างงานแบบสัญญาจ้างอีกรูปแบบหนึ่ง ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 เมื่อพิจารณาถึงความทันการณ์ของการบรรเทาผลกระทบจาก COVID-19 ผ่านกลไกการจ้างงาน 

อีกทั้งการสนับสนุนให้ ส่วนราชการสามารถบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามความจําเป็นของภารกิจได้ โดยไม่มีผล ผูกพันค่าใช้จ่ายระยะยาว

อ้างอิงจาก “คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ” ในการประชุมเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2563 มีมติเห็นชอบแนวทางการเพิ่มโอกาสให้กับผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยระบบพนักงานราชการ เพื่อช่วยบรรเทาสภาวะ เศรษฐกิจ การว่างงานภายในประเทศ เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการจ้างงานให้กลุ่มผู้สําเร็จ การศึกษา และอยู่ระหว่างการหางานทํา ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนงาน และ/หรือผู้ที่ถูกเลิกจ้างจากภาคส่วนอื่นมีโอกาสได้รับการจ้างงาน และสั่งสมประสบการณ์การทํางานในหน่วยงานของรัฐ

รวมทั้งเพื่อให้ส่วนราชการได้สรรหาบุคลากรคุณภาพ เพื่อปฏิบัติภารกิจที่มีความจําเป็นเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาล ภารกิจตามยุทธศาสตร์ หรือภารกิจสําคัญอื่น ของส่วนราชการ โดยมีหลักการสําคัญ คือ ไม่ใช่การจ้างงานประจํา เป็นการจ้างงานระยะสั้น และบรรจุบุคคล เข้าปฏิบัติงานให้เร็วที่สุด

จะพิจารณาจัดสรรกรอบอัตรากําลังพนักงานราชการเป็นกรณีพิเศษ ให้แก่ส่วนราชการเพื่อจ้างพนักงานราชการได้ไม่เกิน 2 ปี (ปีงบประมาณ พ.ศ.2564 – 2565) เน้นการกระจายการจ้างงานลงสู่ระดับพื้นที่ กําหนดรูปแบบการจ้าง อัตราค่าตอบแทน วิธีการสรรหา และการบริหารการจ้างเป็นการเฉพาะ เพื่อให้ส่วนราชการดําเนินการได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ

“ส่วนราชการสามารถดําเนินการพิจารณาใช้รูปแบบการจ้างงานแบบสัญญาจ้างเพื่อบรรจุเป็นพนักงานราชการในอัตราว่างตาม กรอบอัตรากําลังปกติ หรือกรอบอัตรากําลังพนักงานราชการตามแนวทางที่ คพร. เห็นชอบสําหรับการจ้างงาน ระยะสั้นไม่เกิน 2 ปี ซึ่งอาจบริหารจัดการได้จํานวนประมาณ 9 หมื่นอัตรา”

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/897357?utm_source=homepage_hilight&utm_medium=internal_referral