Daily Archives: 08/09/2020

นิสสัน ประเทศไทย ประกาศหยุดผลิต-จำหน่ายรถ 3 รุ่นดัง หะนรุกตลาดรถเล็ก รถยนต์ไฟฟ้า

นิสสัน ประเทศไทย

ปิดตำนาน นิสสัน 3 รุ่นใหญ่ หลังบริษัทส่งหนังสือถึงดีลเลอร์ทั่วประเทศไทย ยุติการทำตลาด แจ้งขายหมดให้ทำลายโบรชัวร์ทิ้ง พร้อมดูแลอะไหล่

วันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท นิสสัน ประเทศไทย จำกัด ได้ส่งหนังสือ กต 11/2563 ถึงดีลเลอร์ทุกรายทั่วประเทศ ประกาศยกเลิกการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ 3 รุ่น ได้แก่ นิสสัน เอ็กซ์เทรล, นิสสัน เทียน่า และนิสสัน ซิลฟี่ โดยจะหยุดผลิตและทำตลาดตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ให้ผู้แทนจำหน่ายทุกรายหยุดโฆษณาประชาสัมพันธ์ ทำลายทิ้งโบรชัวร์ ใบราคา และอื่น ๆ ส่วนเรื่องบริการหลังการขายยังดูแลตามเงื่อนไขเดิมอย่างครบถ้วน รวมทั้งโรงงานยังคงส่งมอบอะไหล่ให้สำหรับการซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากทางบริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงานทางการตลาดและการขายในประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานระยะยาว กลุ่มบริษัท นิสสัน มอเตร์ ภูมิภาคเอเชีย  แต่ยังคงมีอะไหล่เพื่อบริการลูกค้า

“แพน บุนนาค”ดารา เมาแล้วขับชนปิกอัพ ไม่เป่าแอลกอฮอล์ อ้างพ่อพล.อ. ขู่ย้าย ตร.ยกโรงพัก

“แพน บุนนาค”ดารา เมาแล้วขับ

ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ตรวจสอบเหตุรถยนต์ชนใต้ทางด่วนวัดบัวขวัญ ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ มีการโต้เถียงกันในที่เกิดเหตุ .

พบรถคู่กรณีเป็นรถเก๋ง มาสด้า 3 สีดำ ทะเบียน 6 กบ- 1942 กรุงเทพ สภาพด้านหน้าเสียหายเล็กน้อย ส่วนรถคู่กรณีอีกฝ่ายเป็นรถปิคอัพ ยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีขาว แบบแค็บ ทะเบียน 1กฆ-3451 กรุงเทพ มีรอยถูกชนจนเสียหายเล็กน้อยเช่นกัน

ขณะที่คนขับรถเก๋งมาสด้า 3 ทราบชื่อต่อมาคือนายสุรเกียรติ บุนนาค หรือ แพน อายุ 27 ปี อาชีพนักแสดง นั่งอยู่แต่ในรถไม่ยอมลงมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและคู่กรณีที่ถูกชน ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมขอให้เป่าแอลกอฮอลล์ ก็ไม่ยินยอม พยายามต่อสายหาคนโน้นคนนี้ จนสุดท้ายส่งสายให้ ร.ต.ท.นิพนธ์ โดยชายในสายอ้างว่าเป็นบิดาและเป็นทหารยศพลเอก หากไม่ช่วยเหลือจะย้ายตำรวจโรงพักนี้ทั้งโรงพัก

ต่อมามารดาของนายสุรเกียรติ ขับรถเก๋งฮอนด้า รุ่นแจส สีบรอนซ์เงิน มาที่เกิดเหตุและขอร้องไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ลูกชายเป่าแอลกอฮอลล์ มีการโต้เถียงกันนานกว่า 4 ชั่วโมง สองแม่ลูกก็ไม่ยินยอมให้เป่าและปฏิเสธที่จะไปโรงพัก ตัวนายสุรเกียรติเองเข้าไปนั่งในรถมารดาไม่ยอมเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมขอร้องไม่ให้นักข่าวถ่ายรูป

เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าเวลาผ่านไปนานมากแล้วจึงใช้กำลังดึงตัวออกมาจากรถจะนำขึ้นรถยนต์สายตรวจแต่นายสุรเกียรติกับมารดาพยายามขัดขืนจนทั้งสองฝ่ายยื้อยุดฉุดกระชากกันจนนายสุรเกียรติล้มลงหัวเข่าแตกเลือดไหล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจใส่กุญแจมือทันทีก่อนนำขึ้นรถสายตรวจพาตัวมาที่โรงพักเป่าวัดแอลกอฮอลล์ พบว่ามีปริมาณสูงถึง 196 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นได้แจ้งข้อหาเมาแล้วขับ ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ครม.อนุมัติ แต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กมหาดไทย ‘ผู้ว่าฯ-ผู้ตรวจการ’ 26 ตำแหน่ง

ครม.อนุมัติ แต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กมหาดไทย

ครม.อนุมัติ แต่งตั้งโยกย้าย บิ๊กขรก. กระทรวงมหาดไทย “ผู้ว่าฯ-ผู้ตรวจการ” 26 ตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ในสังกัดสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ตรวจราชการกระทรวง โดยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เสนอ ครม. พิจารณาแต่งตั้งเป็นวาระจร รวม 26 ตำแหน่ง ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่ทรงโปรดเกล้าฯ

สำหรับบัญชีรายชื่อผู้ที่ขอให้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง สังกัดกระทรวงมหาดไทย จํานวน 26 ราย มีดังนี้ 

1.ให้ นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ พ้นจากตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดลําพูน สํานักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดตาก สํานักงานปลัดกระทรวง

2.ให้ นายเอกรัฐ หลีเส็น พ้นจากตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดนราธิวาส สํานักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดสตูล สํานักงานปลัดกระทรวง

3.ให้ นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ตําแหน่งผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย (นักบริหารระดับต้น) สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงระดับสูง) สํานักงานปลัดกระทรวง

4.ให้ นายเฉลิมพล มั่งคั่ง ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับต้น) จังหวัดแม่ฮ่องสอน สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงระดับสูง) สํานักงานปลัดกระทรวง

5.ให้ นายชาธิป รุจนเสรี ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับต้น) จังหวัดปทุมธานี สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงระดับสูง) สํานักงานปลัดกระทรวง

6.ให้ นายโชคดี อมรวัฒน์ ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับต้น) จังหวัดแพร่ ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงระดับสูง) สํานักงานปลัดกระทรวง

7.ให้ นายปริญญา โพธิสัตย์ ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับต้น) จังหวัดระยอง สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงระดับสูง) สํานักงานปลัดกระทรวง

8.ให้ นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับต้น) จังหวัดพิษณุโลก สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงระดับสูง) สํานักงานปลัดกระทรวง

9.ให้ นายภาสกร บุญญลักษม์ ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับต้น) จังหวัดเชียงราย สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงระดับสูง) สํานักงานปลัดกระทรวง

10.ให้ นายภิรมย์ นิลทยา ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับต้น) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงระดับสูง) สํานักงานปลัดกระทรวง 4

11.ให้ นายภูสิต สมจิตต์ ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับต้น) จังหวัดสุพรรณบุรี สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงผู้ตรวจราชการกระทรวงระดับสูง) สํานักงานปลัดกระทรวง

12.ให้ นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดหนองบัวลําภู สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการ กระทรวง ระดับสูง) สํานักงานปลัดกระทรวง

13.ให้ นายธีระ อนันตเสรีวิทยา ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดชุมพร สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดชุมพร สํานักงานปลัดกระทรวง

14.ให้ นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดตรัง สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดตรัง สํานักงานปลัดกระทรวง

15.ให้ นายเจษฎา จิตรัตน์ ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดยะลา สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัด นราธิวาส สํานักงานปลัดกระทรวง

16.ให้ นายสมหวัง พ่วงบางโพ ตําแหน่งรองอธิบดีกรมการปกครอง (นักบริหาร ระดับต้น) กรมการปกครอง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครองระดับสูง) จังหวัดแพร่ สํานักงานปลัดกระทรวง

17.ให้ นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดมหาสารคาม สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดมหาสารคาม สํานักงานปลัดกระทรวง

18.ให้ นายวีระชัย นาคมาศ ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดอ่างทอง สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัด มุกดาหาร สํานักงานปลัดกระทรวง

19.ให้ นายสิธิชัย จินดาหลวง ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดลําปาง สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัด แม่ฮ่องสอน สํานักงานปลัดกระทรวง

21.ให้ นายสมเกียรติ ศรีษะเนตร ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดชัยภูมิ สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัด ระนอง สํานักงานปลัดกระทรวง

22.ให้ นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดลําพูน สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัด ลําพูน สํานักงานปลัดกระทรวง

23.ให้ นายวิรุฬ พรรณเทวี ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดเชียงใหม่ สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดสุโขทัย สํานักงานปลัดกระทรวง

24.ให้ นางศิวพร ยั่วสวัสดิ์ ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดสมุทรปราการ สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดหนองบัวลําภู สํานักงานปลัดกระทรวง

25.ให้ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัดนครปฐม สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดอ่างทอง สํานักงานปลัดกระทรวง

26.ให้ นายผล ดําธรรม ตําแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับต้น) จังหวัด ชลบุรี สํานักงานปลัดกระทรวง ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด (นักปกครอง ระดับสูง) จังหวัดอุตรดิตถ์ สํานักงานปลัดกระทรวง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง เป็นต้นไป

ศาลสั่ง “พล.ต.อ.วิระชัย” แก้คำฟ้อง ผบ.ตร. ตั้งสอบวินัยร้ายแรงและสำรองราชการนัดฟังคำสั่ง 29 ต.ค

"พล.ต.อ.วิระชัย" แก้คำฟ้อง ผบ.ตร.

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำสั่งให้ทนายความ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. แก้คำฟ้องใหม่ และนัดฟังคำสั่งฟ้อง 29 ต.ค.นี้ ปมฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กรณีตั้งสอบวินัยร้ายแรงและสำรองราชการ ทำให้เสียสิทธิแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร.

วันนี้ (8 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทวีชัย พันธุ์สง่า ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา อดีตรอง ผบ.ตร. เดินทางมาฟังคำสั่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง หลัง พล.ต.อ.วิระชัย ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นจำเลย ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือผู้หนึ่งผู้ใดได้ประโยชน์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงจนถูกสำรองราชการ เสียสิทธิการได้รับแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร. กรณีการเผยแพร่บันทึกเสียงโทรศัพท์ข้ามประเทศพูดคุยเรื่องสอบสวนคดียิงรถยนต์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล

นายทวีชัย เปิดเผยว่า ศาลมีคำสั่งให้ทนายความแก้คำฟ้องเพิ่มเติม โดยให้บรรยายรายละเอียดการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ และให้โจทก์เขียนบรรยายฟ้องเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของจำเลยให้ชัดเจน นอกจากนี้ ศาลจะส่งเรื่องนี้ไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของทั้ง 2 คน เพื่อเปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการฟ้องร้องระหว่างกัน โดยกำหนดนัดให้ส่งฟ้องใหม่ภายใน 30 วัน ซึ่งทีมทนายความ คาดว่าจะส่งคำฟ้องฉบับสมบูรณ์ได้ภายในวันที่ 8 ต.ค.นี้ และศาลนัดฟังคำสั่งฟ้องใหม่อีกครั้งในวันที่ 29 ต.ค. เวลา 10.00 น.

ส่วนรายละเอียดของคดีความที่มีการฟ้องร้องนั้น ทีมทนายความปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลรายละเอียด อ้างว่า พล.ต.อ.วิระชัย จะเป็นผู้แถลงข่าวทั้งหมด

ไต้ฝุ่น “ไห่เฉิน” ถล่มเกาหลีใต้ เสียชีวิตแล้ว 2 คน บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ดินโคลนถล่ม

ไต้ฝุ่น "ไห่เฉิน" ถล่มเกาหลีใต้

พายุไต้ฝุ่นไห่เฉินพัดถล่มเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ เกิดน้ำท่วมและดินถล่มจนอาคาร-บ้านเรือนเสียหาย เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน สูญหาย 2 คน บาดเจ็บ 5 คน

วันนี้ (8 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นไห่เฉิน พัดถล่มชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีใต้ ทำให้ดินพังถล่มใกล้อาคารที่พักบนเกาะกอเจ จนอาคารบางส่วนเสียหาย รวมทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ในพื้นที่จอดรถถูกดินพังถล่มทับ

พายุไต้ฝุ่นไห่เฉิน มีความเร็วลมถึง 112 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดขึ้นฝั่งของเกาหลีใต้เมื่อวานนี้ (7 ก.ย.) และพัดถล่มเมืองปูซาน เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ สร้างความเสียหายให้กับอาคารบ้านเรือนจากฝนตกหนัก น้ำท่วมและดินถล่ม บ้านเรือนหลายพันหลังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ ต้องยกเลิกกว่า 300 เที่ยว และรถไฟหยุดให้บริการชั่วคราว

ด้านกระทรวงความปลอดภัยของเกาหลีใต้ รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากพายุอย่างน้อย 2 คน สูญหาย 2 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 5 คน ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศ

“เบ็คแฮม – วิคตอเรีย” ติดเชื้อ “โควิด” หลังไปร่วมงานปาร์ตี้ที่อังกฤษ

"เบ็คแฮม - วิคตอเรีย" ติดเชื้อ "โควิด"

“เดอะ มิเรอร์” สื่อดังของอังกฤษรายงานว่า เดวิด เบ็คแฮม ซุปตาร์ลูกหนังโลกตลอดกาล และ วิคตอเรีย เบ็คแฮม ศรีภรรยา นั้นติดเชื้อโควิด-19 หลังเดินทางไปร่วมปาร์ตี้ที่ อังกฤษ เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

โดยอดีตแข้งวัย 45 ปี ได้เดินทางไปร่วมงานวันเกิดอายุครบ 21 ปี ของ บรู๊คลิน ลูกชายคนโตของตระกูล เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่คอทส์โวลส์, ประเทศอังกฤษ ก่อนที่จะเดินทางกลับไป สหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดตัว อินเตอร์ ไมอามี่ ซีเอฟ ทีมฟุตบอลของตัวเองในศึกเมเจอร์ลีก เมื่อวันที่ 11 มีนาคม และบินกลับมายังอังกฤษอีกครั้งเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา

ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นกิจกรรมที่ต้องพบเจอกับผู้คนมากมาย แถมในงานเปิดตัวสโมสรนั้น เจ้าตัวได้มีการจับมือกับผู้คนมากมาย รวมถึงมีการโอบกอดแฟนบอลอย่างเป็นกันเองอีกด้วย

รายงานระบุว่า เดวิด เริ่มรู้สึกไม่สบาย หลังจากนั้นจากนั้น วิคตอเรีย ก็มีอาการเจ็บคอ ซึ่งในเวลาเดียวกันทีมของพวกเขาหลายคนรวมทั้งคนขับรถ บอดี้การ์ด และผู้ช่วยของเขาก็ล้มป่วยซึ่งสองคนนั้นอาการแย่มาก

5 โจร บุกปล้น 10 ล้าน หมู่บ้านหรูบางละมุง ผ่านเข้าออกง่ายดาย ก่อนหนีลอยนวล

5 โจร บุกปล้น 10 ล้าน

ตำรวจสภ.หนองปรือ ชลบุรี รับแจ้งเหตุปล้นทรัพย์ “บ้านคนจีน” ในหมู่บ้านหรู คนร้ายมากัน 5 คนบังคับเปิดเซฟได้เงินสดไปกว่า 10 ล้าน พบหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านหรูระดับพันล้าน มีรปภ.ดูแลอย่างดี โจรเข้าไปปล้น และหนีลอยนวลไปได้

วันที่ 7 กันยายน พ.ต.ท.ธีทัต ตรุณจันทร์ สว.สอบสวน สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุปล้นทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เหตุเกิดที่หมู่บ้านสยาม รอยัลวิว หลังที่ 126 บ้านเลขที่ 78/179 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หนองปรือ ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา นำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นหมู่บ้านหรูที่สร้างอยู่บนพื้นที่เนินเขา มูลค่าหลังละกว่า 30 ล้านบาท พบพนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่อาสาสมัครตำรวจ ยืนคุมอยู่บริเวณด้านหน้าบ้าน ปิดกั้นไม่อนุญาตให้เข้าไปบันทึกภาพด้านใน ซึ่งเจ้าหน้าที่เปิดเผยเพียงว่า เกิดเหตุ คนร้ายจำนวน 5 คนใช้อาวุธปืนเข้าไปจี้บังคับ เอาเงินในตู้เซฟของผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวจีน ไปกว่า 10 ล้านบาท มีร่องรอยการรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย ก่อนรีบหนีไปทางด้านหลังของตัวบ้าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำผู้เสียหาย และกลุ่มเพื่อนทั้งหมด ซึ่งเปนคนสัญชาติจีน ไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาไทยได้ ต้องใช้ล่ามแปลภาษาแยกกันสอบสวนอย่างละเอียด ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นยังไม่แน่ชัดว่าเป็นเพื่อนร่วมชาติของผู้เสียหายหรือคนไทย จะต้องรอตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณหมู่บ้านที่เกิดเหตุ รวมถึงกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี ซึ่งมีข้อน่าสังเกตคือ คนร้ายกลุ่มนี้สามารถเล็ดลอดเข้าไปก่อเหตุในหมู่บ้านหรูระดับ 1,000 ล้านได้ 

“อนุทิน” ถามคนต้าน “ภูเก็ตโมเดล” เป็นคนภูเก็ตหรือไม่ ยันพร้อมคลายมาตราการให้ผู้ประกอบการมีรายได้

“ภูเก็ตโมเดล”

“อนุทิน” ถามคนต้าน “ภูเก็ตโมเดล” เป็นคนภูเก็ตหรือไม่ ยันกระทรวงสาธารณสุขมีความในการรักษาพยาบาล พร้อมผ่อนคลายมาตราการต่างๆให้ผู้ประกอบการมีรายได้ ยืนยันโรงพยาบาลตามแนวชายแดนมีความพร้อมรับมือโควิด-19

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ “ภูเก็ตโมเดล” ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ โดยยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนและผ่อนคลายมาตราการต่างๆเพื่อให้ผู้ประกอบการและภาคส่วนต่างๆมีรายได้ ได้มีการจ้างให้กับประชาชน และรัฐบาลพร้อมที่จะผลักดัน

ซึ่งผู้ประกอบการเองก็ต้องทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องด้วย แต่ในนามกระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการบริการด้านการรักษา ยอมรับว่าวันนี้ไม่เหมือนกันแพร่ระบาดใหม่ๆเพราะมีการรับมือ และมีความพร้อมด้านสถานบริการและเวชภัณฑ์

เพราะฉะนั้นจะทำให้กลัวโควิด-19 จนไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ ตั้งเป้าให้การติดเชื้อเป็น 0 คงไม่ได้ ยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการสู้โควิด-19 รัฐบาลพร้อมในการผ่อนคลายแต่มีเสียงต่อต้านมาก็ไม่รู้ว่าคนต่อต้านเป็นคนภูเก็ตหรือไม่

และเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหนที่พร้อม ก็พร้อมจะดูแลเพราะจะเปิดหรือปิดอะไรต้องถามกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลักขณะเดียวกันมีการวางรูปแบบการรับนักท่องเที่ยวจะเป็นในลักษณะการปิดโรงแรมที่ชาวต่างชาติจะต้องอยู่ในโรงแรมนั้น 14 วัน

แต่สามารถไปไหนมาไหนในอณาบริเวณโรงแรมได้ เช่น สระว่ายนำ้ หรือชายหาดส่วนตัว

ยอดแบงก์ อุ้มหนี้แตะ “7.2ล้านล้าน” ธปท.เร่งงัดมาตรการดูแลเพิ่ม

หนี้แตะ "7.2ล้านล้าน"

“แบงก์ชาติ” เตรียมออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ต่อเนื่อง ขณะยอดเข้าโครงการช่วยเหลือล่าสุดแตะ 7.2 ล้านล้าน เป็นการช่วยเหลือในกลุ่ม “แบงก์-นอนแบงก์” 4.25 ล้านล้าน ขณะ สินเชื่อรายย่อยรับการช่วยเหลือราว 1.63 ล้านล้าน ด้าน “แบงก์รัฐ” เร่งช่วยเหลือ 3.02 ล้าน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมทยอยออกมาตรการดูแลกลุ่มลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีลูกหนี้ที่ได้รับการช่วยเหลือจาก ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ และ บริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(นอนแบงก์) ณ สิ้นเดือนก.ค.2563 รวม 7.20 ล้านล้านบาท คิดเป็นจำนวนบัญชีรวม 12.52 ล้านบัญชี

ในจำนวนนี้ แบ่งเป็น การช่วยเหลือในส่วนของธนาคารพาณิชย์และนอนแบงก์ คิดเป็นยอดสินเชื่อรวม 4.25 ล้านล้านบาท จากจำนวนบัญชีรวม 6.12 ล้านบัญชี โดยการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยคิดเป็นยอดสินเชื่อรวม 1.63 ล้านล้านบาท และคิดเป็นจำนวนบัญชีรวม 5.74 ล้านบัญชี ซึ่งลดลงเล็กน้อย เนื่องจากลูกหนี้ทยอยสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 1

อย่างไรก็ตาม การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยตามมาตรการระยะที่ 1 คิดเป็นสัดส่วน 90% ของการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยสะสมทั้งหมด

สำหรับอีก 10% เป็นการให้ความช่วยเหลือตามมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยในระยะที่ 2 ซึ่งประกอบด้วย 

(1) ลูกหนี้ที่สิ้นสุดการให้ความช่วยเหลือมาตรการระยะที่ 1 และมาต่อมาตรการระยะที่ 2 

(2) ลูกหนี้บัญชีใหม่ ที่ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือมาก่อน

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่สิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 1 และไม่ขอต่อมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 2 ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้เช่าซื้อ ที่สามารถกลับมาจ่ายค่างวดได้ปกติ

ส่วนการให้ความช่วยเหลือของธนาคารรัฐ ตามนโยบาย ธปท. และภาครัฐ คิดเป็นยอดสินเชื่อรวมเกือบ 3 ล้านล้านบาท จากจำนวนบัญชีประมาณ 6 ล้านบัญชี

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท. กำลังติดตามดูว่า หลังหมดมาตรการช่วยเหลือในระยะแรก จะมีลูกหนี้ที่ขอเข้าสู่การช่วยเหลือ(Opt in) ในระยะที่สอง ปริมาณเท่าใด ซึ่งธปท.เชื่อว่าจะน้อยลงมาก 

เพราะเชื่อว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เริ่มกลับมา ทำให้ลูกหนี้หลายรายเริ่มมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ตามปกติ และอาจจะเลือกไม่ Opt in เข้าสู่การช่วยเหลือในเฟสสอง แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงต้องติดตามดูต่อเนื่อง

เขายอมรับว่า การจำแนกลูกหนี้แต่ละกลุ่มเป็นเรื่องท้าทาย เพราะลูกหนี้อาจมีสถานะเปลี่ยนไปหากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในรอบที่สอง ดังนั้นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญ คือ การช่วยเหลือลูกหนี้ และทาร์เก็ตลูกหนี้ให้ชัดเจน เพราะความไม่แน่นอนเยอะ

นอกจากนี้ นายรณดล กล่าวด้วยว่า กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น โรงแรม สายการบิน และรถทัวร์ ถือเป็นกลุ่มที่โดนผลกระทบโดยตรงจากโควิด-19 ดังนั้น ธปท. จำเป็นต้องหาแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้เหล่านี้ โดยทำควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องกับโลกหลังโควิดด้วย เพราะปัจจุบันบางเซ็กเตอร์ยังมีอุปทานส่วนเกิน หรือการท่องเที่ยวที่ทุกอย่างจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวหลังจากนี้คงยังไม่กลับมาสู่ระดับ 40 ล้านคนเหมือนอดีต ดังนั้นภาคธุรกิจจึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อสอดรับกับบริบทที่เปลี่ยนไป

ด้านนายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK กล่าวว่า  ลูกหนี้เอสเอ็มอีที่ได้รับการช่วยเหลือจากธนาคารผ่านมาตรการระยะที่ 1 และ 2 มีประมาณ 9.8 หมื่นบัญชี หรือคิดเป็นวงเงินราว 6 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ หลังหมดมาตรการช่วยเหลือ ซึ่งส่วนใหญ่หมดในเดือนต.ค.นี้ คาดว่า ลูกหนี้เหล่านี้มีศักยภาพกลับมาชำระหนี้ปกติได้ราว 60-70% สะท้อนจากลูกหนี้กลุ่มนี้แม้จะได้รับความช่วยเหลือ แต่ยังสามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ และสามารถจ่ายได้เกินดอกเบี้ยที่ต้องชำระ

ส่วนอีกประมาณ 30% หรือราว 2 แสนล้านบาท ธนาคารอยู่ระหว่างประเมินว่า จะรับการช่วยเหลือต่อหรือไม่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าลูกหนี้ทั้ง 30% นี้ จะต้องเข้ารับการช่วยเหลือจากธนาคารต่อทั้งหมด เพราะยังมีอีกหลายธุรกิจที่สามารถไปต่อได้ เพียงแต่ในหมวดธุรกิจโรงแรม ท่องเที่ยว ยังจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

สำหรับลูกหนี้รายย่อย ที่เข้าโครงการถือว่าใกล้เคียงกันที่ราว 6 แสนบัญชี  มูลหนี้ราว 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าลูกหนี้กลุ่มนี้มีโอกาสกลับมาชำระหนี้ได้ปกติใกล้ 70% อย่างบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล ที่ปัจจุบันลูกหนี้มีภาระลดลง